เมื่อจ้าวลัทธิอารามทมิฬกล่าวจบคำ เหาฉ่วงก็กวาดตามองทั้งหมด เชิดหน้าขึ้นกล่าวออกเสียงเย็น “ผู้พิทักษ์สื่อเฟิง ผู้พิทักษ์เหลิ่งอิง…บางทีแม้ถึงตอนนั้นข้าอาจจะยังอ่อนด้อยกว่าจ้าวลัทธิของพวกเจ้า…”
“แต่ถ้ามันกล้าทำร้ายข้า…ขอเพียงมันฆ่าข้าไม่ตาย ข้าจะเอาคววามแค้นทั้งหมดไปลงกับลัทธิบูชาไฟของพวกเจ้า!”
“ข้าจะคอยดู…ว่าถ้ามันไม่มั่นใจว่าจะฆ่าข้าได้จริงๆ มันยังจะกล้าลงมือทำอะไรข้า เหาฉ่วง หรือไม่”
เหาฉ่วงกล่าวออกมาเสียงดังฟังชัด เป็นอะไรที่มั่นใจอย่างมาก!
ส่วนด้านคนของลัทธิบูชาไฟนั้น ตอนนี้ในปากบังเกิดรสชาติยากจะกลืนลงคอ!
บรรยากาศโดยรอบเปลี่ยนเป็นอึมครึมตึงเครียดขึ้นมาทันที
“ฮ่าๆๆ…”
ทันใดนั้นเองเสียงหัวเราะด้วยความขบขันพลันดังขึ้นเบาๆ ไม่ได้เข้ากับบรรยากาศแม้แต่นิดเดียว!
เสียงหัวเราะนี้จึงดึงดูดความสนใจของทุกคนได้ทันที
และพอพวกมันหันไปมองต้นเสียง ก็พบว่าผู้ที่หัวเราะออกมาไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็น ต้วนหลิงเทียน นั่นเอง!
“เจ้าหัวเราะอะไร?”
สายตาคมกล้าของเหาฉ่วงจับจ้องมองไปยังร่างต้วนหลิงเทียนโดยพลัน ยังดุร้ายเอาเรื่องนัก! กล่าวถามออกเสียงแข็ง!!
“ข้าหัวเราะอะไร? ก็ไม่อะไรหรอก…”
ต้วนหลิงเทียนค่อยๆสงบลง หลังจากหยุดหัวเราะก็มองเหาฉ่วงปราดหนึ่งค่อยละสายตาไปกวาดมองคนของลัทธิอารามทมิฬทุกคน “งั้น…สรุปว่า วันนี้ข้าจะถูกลัทธิอารามทมิฬพาตัวไปฆ่าแกงหรือไม่ กุญแจสำคัญ ก็อยู่ในมือเหาฉ่วงคนเดียวสินะ?”