ตอนนี้เองต้วนหลิงเทียนพลันมองไปยังจ้าวลัทธิอารามทมิฬทั้งโค้งคิ้วกล่าวถามออกมาด้วยน้ำเสียงขบขัน “ฟังจากที่เจ้าว่า…หมายความว่าเจ้ามั่นใจมากเลยสิ…ว่าจะเอาชนะพวกเราได้เพียงเพราะจ้าวลัทธิของพวกเราไม่อยู่?”
“เหลวไหลสิ้นดี!”
ไม่ทันที่จ้าวลัทธิอารามทมิฬจะได้ตอบคำอะไรก็เป็นผู้พิทักษ์หงอวิ๋นที่โพล่งคำเย้ยหยันออกมาเสริม “จ้าวลัทธิบูชาไฟของพวกเรามิอยู่…หรือผู้อาวุโสสูงสุดของพวกเจ้าลัทธิอารามทมิฬอยู่ด้วย?”
แม้ผู้พิทักษ์สื่อเฟิงกับชิงหั่วจะไม่ได้พูดอะไร แต่ทั้งหมดก็มองไปยังจ้าวลัทธิอารามทมิฬด้วยสายตาสมเพช
“ฮ่าๆๆๆๆ!!”
ทว่ายามเสียงเย้ยเยาะของหงอวิ๋นดังจบคำ จ้าวลัทธิอารามทมิฬก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอีกครั้ง
การที่อยู่ดีๆมันก็ระเบิดเสียงหัวเราะโพล่งดังขึ้นมาอย่างไร้เหตุผลแบบนี้ ทำให้ต้วนหลิงเทียนและคนอื่นๆอดไม่ได้ที่จะย่นคิ้ว
จ้าวลัทธิอารามทมิฬผู้นี้สติใช่ยังดีอยู่หรือไม่?
ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ!
……
ในขณะที่จ้าวลัทธิอารามทมิฬกำลังระเบิดเสียงหัวเราะเป็นบ้าเป็นหลังนั้นเอง ปรากฏเสียงแหวกฝ่าสายลมดังขึ้นจากด้านหลังมากมาย เป็นระดับสูงของลัทธิบูชาไฟที่พึ่งเหินร่างมาสมทบ!
ระดังสูงเหล่านี้ได้แก่ผู้อาวุโสเพลิงทองทั้งหลาย ไม่เว้นรองจ้าวหอคุมกฏ!
ในบรรดาคนกลุ่มนี้ท่าทางของจ้าวแท่นบูชาพยัคฆ์ขาว หลูชิ่ง และจ้าวแท่นบูชามังกรคราม หลูเถี่ย แลดูหน้าเกรงขามกว่าผู้ใด