มันจึงไม่ได้มีเปรียบอะไรถังซวนเลยแม้แต่น้อยหากต้องสู้กันจริงๆ!
ด้วยเหตุนี้มันเลยไม่ค่อยเต็มใจจะสู้กกับถังซวนสักเท่าไหร่ หากไม่จำเป็น!
“ถังซวน!”
สูดลมหายใจเข้าลึกๆคราหนึ่ง หล่างเชียนจินลดทอนโทสะลงเล็กน้อย ค่อยกล่าวกับถังซวนเสียงเข้มว่า “ข้ารู้ดีว่าเจ้าให้ความสำคัญกับยอดศาสตราเซียนที่อยู่ในมือต้วนหลิงเทียนอย่างตราผนึกมาร…และเป็นไปได้ว่าตอนนี้ตราผนึกมารอาจไม่ได้อยู่ในร่างของมันและถูกซ่อนเอาไว้ที่อื่น…”
“อย่างไรก็ตาม…วันนี้หากเจ้าเต็มใจส่งตัวต้วนหลิงเทียนให้ข้า ข้าในนามอาวุโสสูงุสดของลัทธิอารามทมิฬ ยินดีที่จะกล่าวคำสาบานต่อทัณฑ์สวรรค์ เพื่อให้คำมั่นกับเจ้า…”
“ว่าต่อไปในภายภาคหน้าหากผู้ใดได้รับตราผนึกมารไป ข้าจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อคว้ามันมาให้ได้ และจักส่งมอบให้เจ้ากับมือ…”
“และหากตราผนึกมารอยู่ในตัวของมันล่ะก็ หลังจากที่ข้าฆ่ามันได้แล้วข้าจะส่งมอบให้เจ้าทันที!!”
ฟังจากสิ่งที่หล่างเชียนจินกล่าวออกมา เห็นได้ชัดว่ามันกำลังคิดว่าสาเหตุที่ถังซวนปกป้องต้วนหลิงเทียนขนาดนี้เพราะยอดศาสตราเซียนอย่างตราผนึกมาร!
ด้วยเหตุนี้มันจึงไม่อาจโลภในตราผนึกมารได้อีก
มันถึงกับยินดีกล่าวคำสาบานต่อทัณฑ์สวรรค์วว่าจะมอบตราผนึกมารให้ถังซวน!
ตราบใดที่มันได้ตัวต้วนหลิงเทียน!
เรียกว่าทันทีที่หล่างเชียนจินกล่าวออกมาแบบนี้ ก็เสมือนหาทางลงให้ตัวเองได้
‘แพะเฒ่าของลัทธิอารามทมิฬกำลังหาทางถอย?’