เรียกว่าสภาวะร่างยามเหลิ่งอิงโจนทะยานจ้วงหอกออกมาเช่นนี้ ประหนึ่งมีเทพหอกจุติลงมายังโลกมนุษย์เพื่อเข่นฆ่าผู้คนแล้วจริงๆ!
ในห้วงเวลาเสี้ยวพริบตาดั่งอัสนีวาบฟ้า ประกายหนึ่งพลันแล่นผ่านความคิดต้วนหลิงเทียน แววตาแปรเปลี่ยนเป็นคมกล้าหาใดเปรียบ
‘วรยุทธ์หอกที่เหลิ่งอิงสำแดง ต่อให้ไม่ใช่วรยุทธ์เซียนที่ร้ายกาจที่สุดในระนาบโลกียะแต่ก็ยังคงห่างอีกไม่ไกล เข้าถึงความเรียบง่ายแต่ร้ายกาจ…พอผนวกเข้ากับเวทย์พลังจู่โจมรูปแบบเน้นเสริมพลังทะลวง ทำให้อานุภาพหอกถูกเสริมจุดเด่นไปถึงขีดสุด! เรียกว่าหอกนี้คงมีผู้ที่อยู่ใต้ขอบเขตเซียนสวรรค์ 8 เปลี่ยนแค่ไม่กี่คนที่กล้ารับมันตรงๆ…’
ไม่ทราบว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่สองตาต้วนหลิงเทียนหดหยีลง ในตาซ้ายยังปรากฏประกายแสงให้ความรู้สึกลี้ลับพิสดาร
แสงดังกล่าวนั้นมองไปคล้ายมังกรเทพยดากำลังหมุนวนรอบม่านตาเร็วจี๋ไม่รู้เหนื่อย
เป็นพลังอำนาจของม่านตาพิสดาร! สรรพสิ่งเสมือนกลายเป็นเชื่องช้าลงจนแทบหยุด ดั่งตกอยู่ในห้วงเวลาจักรพรรดิ! หอกที่ทิ่มทะลวงมาดั่งมังกรพิโรธอันเกรี้ยวกราด กลับช้าลงจนต้วนหลิงเทียนมีเวลามองออกถึงกลพลัง!!
“จ้าวหอเหลิ่ง ลงมือเต็มกำลังแล้ว!!”