‘สามารถทำร้ายรองจ้าวหอเจียงได้ถึงขนาดนี้…ดูเหมือนในช่วงเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมา ต้วนหลิงเทียนผู้นี้สมควรพบพานวาสนาปาฏิหาริย์อันใดมาไม่น้อย หาไม่แล้วคงเป็นไปมิได้เลยที่พลังฝีมือของมันจะกล้าแข็งเหนือรองจ้าวหอเจียงได้ในช่วงเวลาสั้นๆเช่นนี้!’
ได้ยินคำของต่งหยวนจิ้น เหลิ่งอิงอดไม่ได้ที่จะลอบกล่าวในใจ
“เจ้าคือศิษย์ที่แท้จริง ต้วนหลิงเทียนงั้นหรือ?”
เมื่อเหลิ่งอิงหันไปมองจ้องต้วนหลิงเทียน รอยยิ้มพึงพอใจบนใบหน้าก็สลายหายไปไม่มีเหลือ ถูกแทนที่ด้วยความเฉยเมยไร้แยแสปานจะผลักไสผู้คนให้ไกลห่างไปนับพันลี้
“เจ้าคือจ้าวหอคุมกฏ เหลิ่งอิง?”
ต้วนหลิงเทียนที่เผชิญหน้ากับคำถามของเหลิ่งอิง ไม่เพียงแต่จะไม่ตอบคำ ยังถามกลับไปด้วยท่าทีเฉยเมย
และแทบจะเป็นเวลาเดียวกันกับที่สีหน้าเหลิ่งอิงเปลี่ยนเป็นมืดมนลงหลังได้ยินคำของต้วนหลิงเทียน
“บังอาจ!!”
ต่งหยวนจิ้นที่ลอยร่างอยู่ไม่ห่าง พลันก้าวออกมาตะคอกคำดุร้าย สองตาถลึงมองต้วนหลิงเทียนอย่างเอาเรื่อง “ต้วนหลิงเทียน! เจ้าคิดว่าอาศัยพลังฝีมือเหนือกว่ารองจ้าวหอเจียงเข้าหน่อย…แล้วเจ้าจักทำตัวยิ่งใหญ่จนมิเห็นหัวผู้ใดได้หรือ!?”
“ต่อหน้าใต้เท้าจ้าวหอคุมกฏเหลิ่งอิง มิใช่อันใดที่ศิษย์ที่แท้จริงเช่นเจ้าจะมาวางท่าโอหัง ประพฤติตัวจองหองไม่เห็นหัวผู้ใดได้!!”
หลังจากที่เหลิ่งอิงปรากฏตัวขึ้นมา ความรู้สึกไม่สบายใจที่เกิดขึ้นเพราะต้วนหลิงเทียนของต่งหยวนจิ้นก็สลายหายไปทันที