หลังสบถออกมาอย่างฮึดฮัด 2 ครั้ง เหลิ่งอิงก็ถลึงตามองต้วนหลิงเทียนพลางกล่าวว่า “ต้วนหลิงเทียน เห็นแก่ที่ท่านจ้าวลัทธิเชิญเจ้ากลับมาด้วยตัวเอง ข้าจักไม่เอาชีวิตของเจ้า…ทว่าโทษตายละเว้นได้แต่โทษเป็นยังอยู่! วันนี้ด้วยความผิดที่เจ้าก่อเจ้าอย่าได้คิดหวังว่าจะหนีไปที่ใดได้! วันนี้ไม่เพียงแต่ข้าจะตีเจ้าให้ขาหัก ยังจะมัดเจ้าไปลงโทษที่โถงลงทัณฑ์ให้เจ้าได้สำนึก!!”
“ปฐมเวทย์กลืนกิน!”
แทบจะเป็นเวลาเดียวกันกับที่เหลิ่งอิงกล่าวประกาศว่าจะลงโทษต้วนหลิงเทียนออกมาอย่างดุร้าย ต้วนหลิงเทียนก็ใช้ออกด้วยเวทย์พลังสนับสนุนอย่างปฐมเวทย์กลืนกิน สูบกลืนพลังวิญญาณฟ้าดินเหนือฟ้าจนสาบสูญไปชั่วขณะหนึ่ง เร่งเร้ายกระดับพลังเซียนสุริยันในกายจนบรรลุถึงจุดสูงสุดเท่าที่จะทำได้!
ฟั่ฟฟฟฟ!!
และแทบจะพร้อมกันกับที่เหลิ่งอิงกล่าวจบคำ ‘กระบี่พันอาคมเซียน’ ที่อยู่ในมือพลันพุ่งทะยานออกไปฉับไว! คงเหลือแต่เพียงเสียงหอนของกระบี่ดังขึ้นในอากาศเบาๆ!!
ประกายกระบี่พุ่งวาบตัดฟ้าไปด้วยความเร็วอันน่าพรั่นพรึง ราวกับดาวตกลัดฟ้ายามค่ำคืน!
ฉับบบ!!
“หยุด!!”
เสียงกระดูกเลือดเนื้อถูกสะบั้นดังขึ้นแทบจะพร้อมๆกันกับเสียงตะโกนกล่าวห้ามอย่างเกรี้ยวกราด
สองสำเนียงนี้ยามดังเข้าหูผู้คนโดยรอบ ก็ทำให้หัวใจของพวกมันอดไม่ได้ที่จะสั่นไหว
และในขณะที่ทุกคนมองไปตามต้นเสียงตามสัญชาตญาณอย่างไม่รู้ตัว