และแทบจะพร้อมๆกันกับที่กระบี่พันอาคมเซียนสิ้นพลังสภาวะดุร้ายเกรี้ยวกกราด ม่านพลังโปร่งใสไร้สภาพนั่นก็สลายหายไปเช่นกกัน
แม้ตอนนี้กระบี่พันอาคมเซียนจะยังคงพุ่งทะยานออกไปสืบต่อ หากแต่ก็ไร้พลังอำนาจในการคุกคามหงอวิ๋นได้อีกต่อไป
เช่นนั้นต้วนหลิงเทียนอาศัยเพียงหนึ่งห้วงคิด กระบี่พลันเหินกลับมาเข้ามือในชั่วพริบตา ไม่ปล่อยให้ทะลวงสังหารไปทางหงอวิ๋นสืบไป
“ยินดีที่ได้พบ จ้าวลัทธิบูชาไฟ”
ขณะเดียวกันต้วนหลิงเทียนคล้ายจะตระหนักถึงว่าผู้พูดเป็นใครอยู่ที่ไหนแต่แรก หันไปกล่าวทักทายด้วยรอยยิ้มยังความว่างทิศทางหนึ่งทันที…
และความว่างบริเวณนั้นก็มีร่างหนึ่งที่ค่อยๆปรากฏกายขึ้นมา
เมื่อร่างดังกล่าวปรากฏให้เห็นชัด ก็เผยรูปโฉมให้ทั้งหมดเห็นกระจ่าง เป็นชายวัยกลางคนรูปร่างสูงใหญ่กำยำมาในชุดคลุมขาวลายปักเปลวเพลิงคล้ายมังกรพัวพัน
‘ชุดที่ใส่ดูไปก็แทบไม่ต่างจากอาวุโสทั้งศิษย์ของลัทธิบูชาไฟเท่าไหร่เลย…’
ต้วนหลิงเทียนลอบกล่าวในใจ
แน่นอนว่า ‘แทบ’ ไม่ต่าง
นั่นเพราะต้วนหลิงเทียนเองก็สังเกตเห็นได้ทันทีว่าลายปักเปลวเพลิงบนชุดนั่น มันแตกต่างจากลายปักเปลวเพลิงของอาวุโสและเหล่าศิษย์ของลัทธิบูชาไฟคนไหนที่เขาเคยเห็นมาก่อน
หากมองให้ละเอียดยังพบว่า
ลายปักเปลวเพลิงนั่นตั้งแต่ใต้เหนืออกถึงชายชุดคลุมด้านล่าง มันดูคล้ายมังกรเทพยดากำลังห้อมล้อมพัวพันรอบกาย เพื่อพิทักษ์คุ้มครองร่างผู้สวมใส่…