เพราะถึงแม้หงอวิ๋นจะวางท่าถือดีกับเขาในตอนแรก แต่เขารู้ดีว่านี่เป็นธรรมชาติของมนุษย์ เพราะสุดท้ายหงอวิ๋นก็ไม่ล่วงรู้พลังฝีมือของเขา
เขาลองคิดดูหากเขาเป็นผู้พิทักษ์หงอวิ๋น บางทีอาจจะลงมือหนักกว่านี้ก็ได้
ด้วยเหตุนี้เขาจึงไม่ได้คิดจะทำร้ายหงอวิ๋นจริงๆจังๆ กระบี่บินที่พุ่งทะยานไปนั่น แม้ฉับไวอำมหิต…แต่เขาสามารถควบคุมได้ดั่งใจคิด! จะสลายพลังจะรั้งคืนก็ลำบากเพียงห้วงคิดเดียวเท่านั้น ไม่มีทางปล่อยให้พลาดพลั้งทำร้ายหงอวิ๋นได้จริงๆ!!
และความจริงก็พิสูจน์ว่าสิ่งที่เขาคิดไว้มันสำเร็จ
สุดท้ายจ้าวลัทธิบูชาไฟ ถังซวน ก็ไม่อาจทนดูได้ต่อไป เลือกที่จะออกจากการซ่อนตัวเร้นกายแล้วมาปรากฏตัวตรงหน้าแบบนี้
“ต้วนหลิงเทียน”
ในขณะที่ต้วนหลิงเทียนมองพินิจถังซวน ด้านถังซวนก็มองเขาไม่วางตาเช่นกัน “เจ้าไม่กลัวว่าถ้าข้าไม่ลงมือเจ้าจะรั้งกระบี่เอาไว้ไม่ทันหรือไร? เจ้าสมควรรู้ดีกกว่าใครมิใช่หรือ…ว่าความเร็วกระบี่ของเจ้ามิใช่เรื่องเล่นๆ?”
“ทว่าที่ข้าอยากรู้ที่สุด…ที่แท้เจ้าพบว่าข้ากำลังซ่อนตัวดูอยู่ได้อย่างไรกันแน่?”
กล่าวถามไปเรื่องหนึ่งแล้วถังซวนก็กล่าวถามต่อออกมาอีกเรื่องทันที
และวาจานี้ของถังซวนยามดังเข้าหูต้วนหลิงเทียน ก็ทำให้เขาตกใจอยู่บ้าง
‘มัน..รู้?’