จังหวะนี้ใจเค่อเอ๋ออดไม่ได้ที่จะเป็นทุกข์ ทั้งยังโทษตัวเองนัก เพราะการที่บุรุษของนางต้องมาเจออะไรแบบนี้ ล้วนเพราะชะตากรรมของนางทั้งสิ้น!
“นายน้อย…”
ไม่ทราบตั้งแต่เมื่อไหร่ หากแต่สองตาเค่อเอ๋อยามนี้เริ่มเอ่อคลอไปด้วยน้ำตา พร่ามัวไปดั่งเมฆหมอกบดบัง
……
ในภูมิภาคตะวันตก ณ น่านฟ้าเหนือแนวเขาแห่งหนึ่งที่อยู่ห่างจากลัทธิบูชาไฟอีกไม่ไกลแล้ว
ปรากฏร่างในชุดสีม่วงลอยล่องตัวตรงอย่างสง่าผ่าเผย
ร่างในชุดสีม่วงนี้แลไปหน้าตายังเยาว์วัยนัก ด้วยคิ้วโค้งดั่งดาบทั้งดวงตาที่กระจ่างใสปานดาราระยับ ตอบรับกับเค้าโครงรูปหน้าอันเกลี้ยงกลาปานหยกเสลาอย่างหมดจด เพียงมองก็ให้ความรู้สึกถึงสายลมฤดูใบไม้ผลิ
เพียงลอยร่างค้างกลางหาวเฉยๆไม่ได้ทำอะไร ทว่าทั่วกายกลับแผ่ความรู้สึกน่าเกรงขามทั้งสูงส่ง พาลให้สภาพแวดล้อมโดยรอบหม่นลงถนัดตา…
“ไม่คิดเลยว่าจ้าวลัทธิบูชาไฟนั่นมันจะออกจากการปิดด่านบ่มเพาะแล้ว แถมออกจากการปิดด่านครั้งนี้ พลังฝึกปรือของมันยังทะลวงถึงเซียนสวรรค์ 9 เปลี่ยนอีก!”
ชายหนุ่มกล่าวพึมพำเบาๆ “โชคดีนัก ที่แม้มันจะออกมาจากการปิดด่าน แต่มันก็ไม่ได้ตัดสินโทษเค่อเอ๋อกับลูกสาวข้า…แต่ไม่ว่าจะเพราอะไรก็ช่าง ข้าต้องหาทางช่วยพวกนางแม่ลูกออกมาให้ได้! ปล่อยให้พวกนางอยู่ในลัทธิบูชาไฟอีกวัน ข้าก็กังวลเพิ่มอีกวัน”
ฟังจากวาจาที่ชายหนุ่มพึมพำกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง ก็สามารถคาดเดาตัวตนได้ทันที