“เรียนท่านจ้าวลัทธิ…ธิดาเทพที่หายตัวไปตั้งแต่นางยังแบเบาะคนนั้น ตอนที่ก่านหรูเยี่ยนศิษย์ส่วนตัวของผู้พิทักษ์ชิงหั่วไปพบ นางก็มีสามีกระทั่งตั้งครรภ์เสียแล้ว…”
เผชิญหน้ากับคำถามด้วยโทสะของถังซวน เหลิ่งอิงได้แต่กล่าวออกมาอย่างขื่นขม
“ต่อมาก่านหรูเยี่ยนก็ได้พาตัวธิดาเทพที่ตั้งครรภ์กลับมาที่ลัทธิบูชาไฟเรา…หากทว่านางมิได้รายงานเรื่องการพบตัวธิดาเทพออกมาแต่อย่างใด กลับเลือกที่จะซ่อนธิดาเทพกับลูกในท้องไวว้ที่คฤหาสน์ส่วนตัวของนาง…นางยังกระทั่งปล่อยให้ธิดาเทพคลอดบุตรี…”
“ไม่กี่ปีต่อมา รองจ้าวหอคุมกฏ เจียงฉิน ของหอคุมกฏเรา ก็ได้รับรายงานจากศิษย์ส่วนตัวของจ้าวแท่นบูชามังกรคราม เวินเยี่ยน พวกเราจึงได้รับทราบว่าที่แท้ธิดาเทพได้กลับมาอยู่ที่ลัทธิบูชาไฟแล้ว”
“จากนั้นเจียงฉินจึงนำคนไปจับกุมตัวธิดาเทพกับบุตรีมากักขังไว้ที่หอคุมกฏเป็นการชั่วคราว เพื่อรอให้ท่านจ้าวลัทธิออกจากการปิดด่านมาตัดสินความ…”
หากเป็นคนธรรมดามาเผชิญหน้ากับการจี้ถามด้วยโทสะของถังซวน เกรงว่าคงกลัวจนขวัญหนีดีฝ่อไม่อาจร้อยเรียงถ้อยคำวาจามาตอบได้อย่างฉะฉานเช่นนี้…
ทว่าเหลิ่งอิง จ้าวหอคุมกฏกลับยังคงมีสติแจ่มใสความคิดกระจ่าง กล่าวรายงานเรื่องราวทั้งหมดออกไปอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง
“นังหนูก่านหรูเยี่ยน…ศิษย์ส่วนตัวของท่านผู้พิทักษ์ชิงหั่วเป็นคนพบตัวธิดาเทพที่หายไปงั้นรึ!?”