และเนื้อหาในวาจาก็ประหนึ่งอัสนีบาตยามแล้งที่ฟาดผ่าลงมาดังเปรี๊ยง! ทำให้เหล่าศิษย์อาวุโสทั้งหลายรู้สึกเสมือนหนังศีรษะชาด้าน ยืนอึนกันไปอีกพักหนึ่ง
ต่อมาก็เป็นชนชั้นอาวุโสทั้งหลายของลัทธิบูชาไฟที่ดึงสติกลับมาอยู่กับร่องกับรอยได้ก่อนเหล่าศิษย์ ทั้งหมดโพล่งคำออกมาด้วยความตื่นเต้นยินดี “ทะ…ท่านจ้าวลัทธิ ทะ…ทะลวงด่านสำเร็จแล้ว?! ท่านจ้าวลัทธิทะลวงสู่ขอบเขตเซียนสวรรค์ 9 เปลี่ยนสำเร็จแล้ว!?”
“ท่านจ้าวลัทธิทะลวงด่านแล้ว!?”
และเหล่าศิษย์ที่ได้สติภายหลัง ก็อดไม่ได้ที่จะโพล่งออกมาตามๆกัน ทั้งหมดทั้งแตกตื่นทั้งยินดีออกอาการลิงโลดกันไม่น้อย
จ้าวลัทธิทะลวงด่านและมีพลังเข้มแข็งขึ้น ย่อมหมายความว่าลัทธิบูชาไฟของพวกมันทรงพลังยิ่งขึ้น!
สำหรับศิษย์สาวกของลัทธิบูชาไฟ เรื่องนี้มีแต่ข้อดีไม่มีข้อเสีย!
หลังจากผ่านไปอีกราวๆชั่วกาน้ำเดือด ในที่สุดกลิ่นอายพลังอันครอบงำยากหาใดเทียบก็สลายหายไป ทำให้เหล่าศิษย์ชั้นยอดของลัทธิบูชาไฟอดไม่ได้ที่จะโล่งอก
ถึงแม้จะรับทราบกันว่ากลิ่นอายพลังอันน่าสะพรึงกลัววขู่ขวัญนั่นมาจากตัวจ้าวลัทธิ แต่พวกมันก็หวั่นใจทั้งรู้สึกกดดันบีบคั้นไม่น้อย
เรียกว่าเผชิญหน้ากับกลิ่นอายอันทรงพลังอำนาจสะกดข่มดังกล่าว พวกมันสะท้านสั่นกลัวไปถึงจิตวิญญาณ!
ซู่มมม!!!
ทันใดนั้นเอง เหนือม่านหมอกเบาบางที่ปกคลุมเกาะที่ลอยเด่นอยู่บนฟ้าสูงสุด ก็ปรากฏร่างหนึ่งพุ่งทะลวงเมฆหมอกขึ้นมาปรากฏกายกลางหาว