ดั่งสายลมแรงหนึ่งพัดผ่าน หอบไอเย็นทั้งก้อนหิมะจากฟ้าให้ม้วนวนเป็นกลุ่มก้อนปลิวไปวุ่นวาย
ด้านหลังชายชราพลันปรากฏร่างสตรีงดงามหนึ่ง
“ก่อนหน้านี้…ข้าเพียงคิดว่าการตามหาผู้สืบทอดทวาราเที่ยงแท้ทั้ง 7 เพียงเพื่อหาทางล้างแค้น 3 ลัทธิ ไม่ให้พวกมันได้ผยองถือดีเหมือนก่อนหน้า…กระทั่งให้พวกมันลิ้มรสความรู้สึกที่ต้องเดินก้มหน้าในแดนดินสักครา…”
แม้สตรีโฉมงามปรากฏตัวหากแต่ชายชราก็ไม่ได้หันไปสนใจนางแต่อย่างไร แต่อยู่ๆชายชราก็กล่าวคำออกมาอย่างเลื่อนลอย ไม่ทราบกล่าวกับตัวหรือกล่าวให้สตรีโฉมงามฟังกันแน่
“แต่ทว่ายามนี้…ดูเหมือนในอนาคต 7 ทวาราเที่ยงแท้เราไม่ต้องกล่าวถึงเรื่องล้างแค้นลัทธิให้พวกมันโงหัวไม่ขึ้นด้วยซ้ำ! กระทั่งจะลบล้างบ่อนทำลายถอนรากถอนโคนพวกมันให้สิ้นซากก็มิใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้!”
ชายชรายังกล่าวสืบต่อ
“ท่านกล่าวเช่นนี้…”
สตรีโฉมงามพลันกล่าวออกมา คล้ายจะต่อคำ “ใช่เพราะสาวน้อยทั้ง 3 นั่นกลายเป็นผู้มีพรสวรรค์รากวิญญาณสีม่วง หรือไม่?”
“ใช่”
ชายชราพยักหน้า “ก่อนหน้านี้ข้าเพียงคิดว่ามีเพียงพรสวรรค์รากวิญญาณของสาวน้อยผู้สืบทอดหงส์ฟ้าจรัสแสงเท่านั้นทีสามารถยกระดับกลายเป็นสีม่วงได้…แต่ไม่คิดเลยว่าพรสวรรค์รากวิญญาณของแม่หนูอีก 2 คนนั่นจักกลายเป็นสีม่วงด้วย”