และตอนนี้ด้วยจมจ่อมอยู่ในภวังค์บ่มเพาะ ร่างต้วนหลิงเทียนที่ขัดสมาธิกลางอากาศจึงนิ่งไปปานปูนปั้น ทั่วร่างปรากฏแสงพลังสีทองเรืองรอง ให้ความรู้สึกเลือนลางไม่อาจจับต้อง ดั่งไร้ตัวตน
แสงสีทองที่ว่าก็บังเกิดขึ้นจากพลังเซียนสุริยันในกาย มันเป็นพลังอำนาจแห่งดวงตะวัน ช่างร้อนแรงสูงส่งและสง่างามเต็มไปด้วยความน่าเกรงขามนัก
ในระนาบเทียมที่ถูก ครึ่งก้าวเซียนอมตะทั้ง 3 สร้างขึ้นแห่งนี้ช่างสงบนัก นอกจากต้วนหลิงเทียนก็ไม่เห็นผู้ใดอื่น เจดีย์เล็กเท่าเม็ดฝุ่นดั่งจะโดดเดี่ยวเดียวดายในห้วงแห่งความว่างเปล่า
และอันที่จริงในสถานที่แห่งนี้ ก็มีต้วนหลิงเทียนอยู่เพียงคนเดียวจริงๆ..
ในระนาบเทียมเต็มไปด้วยความสงบ ทว่าสถานการณ์ด้านนอกระนาบเทียมกลับยากจะสงบ!
ตอนนี้ข่าวเรื่องราวของระนาบเทียมที่สมควรถูกสร้างขึ้นด้วยครึ่งก้าวเซียนอมตะ 3 คนได้แพร่กระจายไปทั่วภูมิภาคเบื้องบนแล้ว ยังเป็นเรื่องที่สร้างความฮือฮาให้ผู้คนนัก
และภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว ณ จุดที่เคยมีรอยแยกมิติอันเป็นทางเข้าระนาบเทียมปรากฏอยู่ ก็มีผู้คนจากทุกทั่วสารทิศแวะเวียนกันมาสำรวจตรววจสอบ
แน่นอนว่ารอยแยกมิติที่ ‘เผยซื่อไห่’ ใช้พลังฉีกเปิดเพื่อเข้าไปในระนาบเทียมนั้น ได้ปิดตัวลงไปตั้งนานแล้ว
อย่างไรก็ตามนั่นไม่ส่งผลอะไรต่อผู้ที่อยากจะมาเยี่ยมชมสำรวจจุดเกิดเหตุแม้แต่น้อย
“คนผู้นั้น…หรือจะเป็นใต้เท้า เฉิงอี้ข่าย ?”