“เผยซื่อไห่ผู้นี้จะอย่างไรก็เป็นถึงอันดับ 7 ในรายนามยอดเซียน ท่านอย่าได้เป็นศัตรูกับมัน!”
“ใต้เท้ามหาธรรมราชาพลังฝีมือสูงส่งผู้น้อยรับทราบดี…หากแต่เผยซื่อไห่ผู้นี้ก็มิใช่ธรรมดา ขอท่านอย่าได้ตอแยมันด้วยเรื่องเท่านี้เลยขอรับ!”
“ใต้เท้ามหาธรรมราชา เผยซื่อไห่ผู้นี้เพียงสามารถเป็นสหาย…แต่มิอาจเป็นศัตรู!”
…
น้ำเสียงของอาวุโสลัทธิอารามทมิฬที่ส่งมานั้น เต็มไปด้วยความหวั่นเกรงและหวาดกลัวทั้งสิ้น
เพราะพวกมันหวั่นเกรงพลังฝีมือของเผยซื่อไห่ อีกทั้งยังหวาดกลัวสุดยอดฝีมืออันดับ 1 ของดินแดนเทพยุทธ์เซียนเต๋าที่อยู่เบื้องหลังเผยซื่อไห่อย่างเนี่ยอู๋เทียน!
ไม่ทราบว่าคำโน้มนาวแนะนำของเหล่าอาวุโสลัทธิอารามทมิฬได้ผลหรืออย่างไร หากแต่พญามังกรเสื้อม่วงราวกับตระหนักได้ว่าการขัดแย้งกับเผยซื่อไห่เป็นการกระทำที่ไม่ฉลาดเลย นางจึงลดสายตาลง ไม่ได้ดุร้ายเอาเรื่องเหมือนตอนแรกสืบไป
“เป็นระฆังสุญตา…”
เมื่อพญามังกรเสื้อม่วงลดสายตาท่าทีลง เผยซื่อไห่ก็กล่าวตอบออกมาอย่างไม่แยแส
ขณะเดียวกันสายตามันก็ลดลงไปมองระฆังสีทองในมืออีกครั้ง พลางถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง
ระฆังสุญตา ในตอนนี้แม้จะยังเป็นยอดศาสตราเซียน ทว่าก็เป็นได้แค่ยอดศาสตราเซียนที่แตกร้าว…
เกรงว่าหากเจอการโจมตีที่ทรงพลังเหมือนก่อนหน้าอีกสักรอบ ระฆังสุญตา คงได้แหลกสลายเป็นเศษเล็กเศษน้อยแน่นอน!