ทันใดนั้นสังหรณ์อัปมงคลประการหนึ่งพลันร้องดังขึ้นในใจของพวกมัน!
“ไม่มีสมบัติ? ไม่มีมรดกหรือ?”
“อะไรกัน!? นี่มันเรื่องอะไรกันแน่! ล้อข้าเล่นรึไง!?”
“มันขำอะไรกัน!?”
… …
คนอื่นๆที่รู้สึกตัวแล้ว ก็เริ่มสับสนงุนงงกันใหญ่
ถึงแม้พวกมันจะรู้สึกเหลือเชื่อ แต่พวกมันก็ไม่อาจไม่เชื่อสิ่งที่เจิ้งตงจี๋กล่าว
“มันล้อพวกเราเล่นหรือไม่?”
“อาจเป็นได้…ใต้เท้าผู้นี้ช่างมีอารมณ์ขันยิ่ง”
นอกจากนั้นยังมีบางคนที่ยังคงมองโลกในแง่ดี…
ผู้ฝึกตนขอบเขตเซียนสวรรค์ 9 เปลี่ยนที่ข้ามผ่านหายนะทัณฑ์สวรรค์มาแล้ว อันเรียกได้ว่าเป็น ครึ่งก้าวเซียนอมตะ ทั้ง 3 คนได้ลงแรงไปไม่น้อยเพื่อร่วมมือกันสร้างระนาบเทียมแห่งนี้ขึ้นมา…เพื่อล้อพวกมันเล่นหรือ?
เรื่องนี้มันไม่น่าเชื่อเกินไป!
“ตอนนี้พวกเจ้าคงคิดว่ามันเหลือเชื่อใช่หรือไม่…ที่ไฉนข้ากับสหายอีก 2 คนถึงได้ต้องลำบากลำบนสร้างระนาบเทียมแห่งนี้ขึ้นมาเพื่อล้อพวกเจ้าเล่น?”
เสียงเจิ้งตงจี๋พลันดังขึ้นอีกครั้ง ยังราวกับสามารถคาดเดาความในใจของทุกคนได้ออกก็ไม่ปาน
“เอาล่ะ อย่างไรเสียพวกเจ้าก็เป็นคนกลุ่มสุดท้ายที่ยังรอดชีวิตอยู่ได้…เช่นนั้นข้าจะบอกความจริงให้พวกเจ้ารับทราบเอาไว้”
“ความจริงที่ว่าก็คือ…ที่แท้แล้วข้ากับสหายอีก 2 คนนั้นมิใช่เผ่าพันธุ์มนุษย์เหมือนพวกเจ้า! อ้อ…แน่นอนว่าพวกเรามิใช่สัตว์เซียนในดินแดนเทพยุทธ์เซียนเต๋าของพวกเจ้าเช่นกัน”