ผู้ที่นางกล่าวถามไปนั้น เป็นชายหนุ่มที่มาในชุดคลุมยาวสีน้ำเงิน รูปโฉมแลดูดี เค้าโครงใบหน้าอ่อนวัย์หากแต่ให้ความรู้สึกว่ามันเป็นคนมากคุณธรรมดั่งวิญญูชนผู้หนึ่ง หากตัดสินจากการมองรูปลักษณ์ภายนอก ผู้คนคงเรียกขานมันว่าบัณฑิตหน้าขาวไม่ผิดแน่…
แต่ทว่าชายหน้าขาวผู้นี้แม้ไม่ได้ทำอะไร เพียงลอยร่างอยู่เฉยๆ ก็ให้ความรู้สึกกดดันบีบคั้นประการหนึ่ง ยากที่คนธรรมดาจะหายใจได้คล่องคอเมื่ออยู่ใกล้ ซ้ำกลิ่นอายที่แผ่ซ่านออกมาทั่วร่าง กลับเย็นชาปานจะผลักไสทุกผู้คนให้ถอยห่างออกไปสักพันลี้ ประหนึ่งจะกล่าวเตือนว่าอย่าได้คิดเข้าใกล้…หาไม่แล้วจะได้เจอดี!
อย่างไรก็ตามแม้รูปลักษณ์ของมันจะเป็นชายหนุ่ม ทว่าอายุที่แท้จริงนั้นหลายร้อยปีแล้ว!
แต่เป็นธรรมดาว่าหากอิงจากพลังฝึกปรือของมัน อายุเพียงไม่กี่ร้อยปียังเรียกได้ว่าเป็นเด็กน้อยนัก…ใครใช้ให้มันมีชีวิตนิรันดร์อยู่ได้ตราบชั่วฟ้าดินสลายกันเล่า!
และไม่ต้องกล่าวถึงคนอื่นไกล เพียงแค่หญิงชราเบื้องหน้ามัน แม้อีกฝ่ายจะไม่ได้มีพลังฝีมือเหนือกว่ามัน ทว่าในแง่ของอายุแล้วนางถึงกับอยู่มาเป็นพันๆปี…เรียกว่าหากจะลำดับอาวุโสกันจริง สตรีชรานางนี้สมควรเป็นยายของยายของยายของยายของยายทวดมันด้วยซ้ำ…!
ฟังจากวาจากล่าวถามของสตรีชรา จึงได้รู้ว่าชายหนุ่มในชุดคลุมยาวสีน้ำเงินดั่งวิญญูชนผู้นี้ที่แท้เรียกว่าเมิ่งฮ่าว!
ยังดีที่ต้วนหลิงเทียนไม่อยู่ที่นี่