ตอนนี้เองผู้อาวุโสคนหนึ่งจากลัทธิอารามทมิฬพลันส่ายหัวพร้อมกล่าว “ดันทุรังเข้าไปให้ตายก็ไร้ประโยชน์…หากนี่เป็นคลังสมบัติที่ยอดฝีมือขอบเขตเซียนสวรรค์ 9 เปลี่ยนที่สามารถข้ามผ่านทัณฑ์สวรรค์ได้แล้วเหลือไว้จริง สมควรมีกฏข้อบังคับอันเข้มงวดนัก…และผู้ที่คิดรับมรดกจำต้องกระทำตามกฏเกณฑ์อยางมิอาจฝ่าฝืน!”
“ยอดฝีมือเหนือชั้นระดับนี้ ไหนเลยจะยินยอมให้คนไม่เอาไหนและพลังฝีมือไม่ถึงขั้นรับสืบทอดมรดกองตัวเองไปได้ง่ายๆ? มีแต่สุดยอดฝีมือที่แท้จริงเท่านั้นที่จะผ่านด่านทั้งมวลแล้วรับสืบทอดมรดกไปได้…”
“อีกทั้งผู้ที่ล้มเหลวในการผ่านด่านต่างๆที่เป็นดั่งบททดสอบคุณสมบัติของผู้ที่จักได้รับมรดก ย่อมหมายความว่ามันผู้นั้นหมดสิทธิ์ในการรับมรดกอีกต่อไป จึงถูกขับออกมาจากระนาบเทียม และมิอาจย้อนกลับเข้าไปได้อีก”
ในฐานะที่เป็นถึงชนชั้นผู้อาวุโสของ 1 ใน 3 ลัทธิที่เป็นดั่งมหาอำนาจยักษ์ใหญ่ของดินแดนเทพยุทธ์เซียนเต๋า อย่างลัทธิอารามทมิฬ มันย่อมรู้เรื่องราวมากกว่าที่ผู้ฝึกตนไร้สังกัดจะรู้ได้
ได้ยินวาจาอธิบายของอาวุโสลัทธิอารามทมิฬเข้าไป เหล่าคนของพันธมิตร 7 สังหาร พันธมิตรพันสารท และพันธมิตรหมื่นโบรารที่ถูกขับออกมาก็หน้าเสียทันที ต่างหันหน้ามองสบตากันด้วยรอยยิ้มเจื่อนๆ
“ว่าแต่พวกเจ้าได้เจอบททดสอบอันใดบ้างเล่า?”