“ลองอาวุโสอันดับ 1 ของพันธมิตรร้อยวิญญาณลงมือเองแบบนี้…ไม่ต้องกล่าวถึงเรื่องที่ชายชุดดำคนนี้อาจมิใช่ตัวจริงเลย ข้ากลัวว่าต่อให้จะเป็นชายชุดดำตัวจริงก็ไม่แน่ว่าจะเป็นคู่มือฉุนหวู่ได้!”
ในไม่ช้าก็มีคนกล่าววาจานี้ขึ้นมา
“นั่นสิทุกวันนี้ในนครแห่งบาปก็มักลือกันหนาหู…ว่าพลังฝีมือของชายชุดดำนั้นอยู่ในราวๆขอบเขตเซียนสวรรค์ 3 เปลี่ยนเท่านั้น แต่ต่อให้พลังฝึกปรือชายชุดดำอยู่ในขอบเขตเซียนสวรรค์ 3 เปลี่ยนจริง ยังจะสู้ฉุนหวู่ อาวุโส 1 ของพันธมิตรร้อยวิญญาณได้หรือ?”
“ข้าว่าคงยาก…”
“นั่นมันแน่อยู่แล้ว! อาวุโส 1 ของพันธมิตรร้อยวิญญาณ ฉุนหวู่ผู้นี้ ติด 200 อันดับแรกในรายนามยอดเซียน…ถือเป็นสุดยอดฝีมือเซียนสวรรค์ 3 เปลี่ยน มิใช่อะไรที่เซียนสวรรค์ 3 เปลี่ยนทั่วไปจะรับมือได้เลย”
…
ในขณะที่บริเวณรอบๆจุดที่ปรากฏรอยแยกท่ามกลางความว่างเปล่ากำลังอื้ออึงไปด้วยเสียงคนคุยกัน พลันมีร่าง 3 ร่างมาถึงน่านฟ้าสูงขึ้นไปเหนือเมฆ
ขณะเดียวกันสายตาแต่ละคนก็มองทะลุม่านเมฆหมอกมาจับจ้องเรื่องราวความวุ่นวายเบื้องล่าง
“เหอะๆ อาวุโส 1 ของพันธมิตรร้อยวิญญาณมันรนหาที่ตายหรือไร…”
หนึ่งในบรรดา 3 คนที่ถึ่งมาถึงอดไม่ได้ที่จะหัวเราะเยาะออกมา “อยู่ดีไม่ว่าดี ถึงกับกล้าไปตอแย ‘ดาวมฤตยู’ ผู้นั้นเข้าได้…”
ในขณะที่กล่าวถึงคำดาวมฤตยู ลึกลงไปในแววตาของมันก็ฉายให้เห็นความหวาดกลัวชัดเจน
หากต้วนหลิงเทียนอยู่ตรงนี้คงจำได้ทันที