หลังกลืนกินรากวิญญาณสีน้ำเงินของหวังติ่งชันเสร็จแล้ว ต้วนหลิงเทียนก็พบว่ารากวิญญาณสีครามของเขามีสีเข้มขึ้นเรื่อยๆ และตอนนี้มันกำลังจะกลายเป็นสีครามเข้มอยู่รอมร่อ
‘ตราบใดที่พรสวรรค์รากวิญญาณของข้ากลายเป็นสีครามเข้ม…ก็หมายความว่าพรสวรรค์รากวิญญาณของข้าห่างจากการกลายเป็นพรสวรรค์รากวิญญาณสีม่วงไม่ไกลแล้ว!’
ทันทีที่ความคิดนี้ปรากฏขึ้นในใจ โดยมีฉากเรื่องราวที่ผ่านมามากมายดั่งแล่นเรือฟันฝ่าคลื่นลมในมหาสมุทรลุกแล้วลูกเล่า ต้วนหลิงเทียนก็รู้สึกตื่นเต้นยินดีไม่น้อย
หลังริบแหวนพื้นที่ของหวังติ่งชัน ต้วนหลิงเทียนก็ปล่อยร่างหวังติ่งชันให้ร่วงตกฟ้า ไปกลายเป็นซากเนื้อเลอะเลือนบนพื้น…
ครู่ต่อมาความว่างเปล่าที่บิดเบือนไปราวระลอกน้ำที่คลุมร่างเขากับหวังติ่งชันเอาไว้ก็เริ่มหวนคืนสู่สภาพปกติ
ร่างเขายังลอยค้างกลางหาวที่เดิม ส่วนร่างหวังติ่งชันก็ร่วงตกฟ้าไปต่อหน้าต่อตาตงกั๋วจื่อ โอวฉิงและลู่จิ้นชัดถนัดตา!
“หวังติ่งชัน…ตายแล้วหรือ?”
เป็นลู่จิ้นที่ฟื้นสติก่อนใคร และตอนนี้สีหน้ามันก็บิดเบี้ยวอัปลักษณ์นัก!
ครู่ต่อมาในใจมันก็บังเกิดความยินดีอย่างถึงที่สุด ที่ชายชุดดำไม่ได้ฆ่ามันในการลงมือก่อนหน้านี้!
ล้อกันเล่นหรือไง!?
ยอดฝีมือที่ฆ่าหวังติ่งชันได้ในพริบตา กับมันที่อ่อนด้อยกว่าหวังติ่งชันมาก หากคิดฆ่าจริงๆยังลำบากเกินพลิกฝ่ามืออีกหรือ?