หากแต่ฉากเรื่องราวตอนนี้ ทำให้สองตาของนายน้อยไม่เอาไหนถึงกับโบกโพลง หน้ายังซีดลงปานไก่ต้ม เม็ดเหงื่อแตกพลั่กจนหลังเปียก
และหากมองสังเกตให้ดี
จะพบว่ายามนี้ร่างกายของนายน้อยไม่เอาไหนกำลังสั่นระริก…และหากผู้ใดมายืนอยู่ใกล้ๆมันยังจะสัมผัสได้ถึงกลิ่นฉุนกึกแทงจมูกกลิ่นหนึ่ง…กลิ่นปัสสาวะ!
สหายผู้นี้หวาดกลัวจนปัสสาวะราด!!
แล้วฉากแบบใดถึงทำให้สหายผู้นี้หวาดกลัวได้ถึงขนาดนั้นกัน?
ห่างออกไปไม่ใกล้ไม่ไกล ร่างต้วนหลิงเทียนในคราบชายชุดดำยังคงลอยร่างอยู่อย่างสงบไม่เคลื่อนไหหวใดๆ ไม้บรรทัดในมือก็ไม่ทราบเก็บไปตั้งแต่เมื่อไหร่
หากทว่าร่างชายชราชุดแดงสดนาม ฉีคุน ที่ก่อนหน้าโจนทะยานพร้อมออกกระบวนท่าสังหารดุร้ายนั้น บัดนี้ได้แยกออกเป็นสองเสี่ยงแล้ว
ราวกับทันทีที่ความว่างเปล่าถูกฉีกกระชาก ร่างมันก็เสมือนถูกจับบิดแล้วกระชากให้ขาดแยกออกจากกัน…
กล่าวคือ…
ในเวลาไม่กี่ลมหายใจ ต้วนหลิงเทียน ได้สังหารฉีคุนที่บรรลุถึงขอบเขตเซียนสวรรค์ 3 เปลี่ยนได้อย่างง่ายดาย
“ฟืด! ฟืดด!!”
ชายวัยกลางคนที่ยืนอยู่ด้านหกลังนายน้อยไม่เอาไหน ถึงกับสูดลมหายใจเข้าด้วยความหนาวเหน็บ แต่ทว่าหลังสุดหายใจเข้าไปทีหนึ่ง ยังต้องสูดเข้าอีกครั้งเสียงดัง
นั่นเพราะคราแรกที่มันสูดลมหายใจเข้าด้วยความหนาวเหน็บนั้น มันกลับสูดเอากลิ่นปัสสาวะฉุนกึกเข้าไปเฮือกใหญ่! ถึงกับต้องรีบหันไปสูดอากาศบริสุทธิ์เข้าอีกเฮือกทันที