แน่นอนว่าหลังผ่านไปครู่หนึ่งต้วนหลิงเทียนก็ดึงสติให้กลับมาอยู่กับเนื้อกับตัวได้อีกครั้ง และดั่งจะถูกน้ำเย็นราดรดลงหัวก็ไม่ปาน ตื่นจากฝันโดยสมบูรณ์
“ตอนนี้ด้วยใบหน้าที่เปลี่ยนไป พร้อมชุดคลุมลมดำตัวใหญ่ ต่อให้ภาพเหมือนข้าจะถูกแจกไปทั่ว แต่ข้างนอกก็ไม่น่ามีใครจดจำข้าได้อีกต่อไป”
คิดถึงเรื่องนี้ต้วนหลิงเทียนก็ระบายลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก
“ด่านพลังพึ่งบรรลุถึงเซียนนภาขั้นกลาง…ช่วงนี้จำเป็นต้องปรับตัวให้เข้ากับด่านพลัง ทำให้รากฐานมั่นคง…ไปหาพวกอีกาทมิฬเพื่อรบกวนให้พวกมันช่วยปรับพลังหน่อยแล้วกัน”
ต้วนหลิงเทียนพึมพำกับตัวเองอีกสักพัก ก็ออกจากโรงเตี๊ยมไปทันที
ยังดีที่คนของอีกาทมิฬไม่ได้ยินวาจานี้ของต้วนหลิงเทียน หาไม่แล้วพวกมันคงได้หวาดกลัวจนหน้าเสีย และไม่กล้าก่อการใดๆในนครแห่งบาปช่วงนี้แน่
ด้วยความแข็งแกร่งของต้วนหลิงเทียนในตอนนี้ ยังจะนับประสาอะไรกับสมาชิกทั่วไปของอีกาทมิฬ ต่อให้ชนชั้นผู้นำมาเองเขาก็ลำบากเพียงหนึ่งกระบี่ในการสังหารมันเท่านั้น
ผู้นำพันธมิตรอีกาทมิฬก็ไม่ต่างอะไรจากผู้นำพันธมิตรขวานปฐพีมากนัก พลังฝึกปรือล้วนอยู่ในเซียนสวรรค์ 3 เปลี่ยนดุจเดียวกัน
และตอนนี้กระทั่งรองผู้นำอีกาทมิฬอย่าง เจียวจ้านก็คงคิดไม่ถึงเช่นกัน
ว่าอดีตคนที่สวมรอยเป็น ปู้หง ศิษย์ที่แท้จริงของลัทธิบูชาไฟ หลังจากฆ่าน้องชายมันเจียวถูไปแล้ว ยังเตรียมลงมือเก็บกวาดคนของพวกมันพันธมิตรอีกาทมิฬ!