และตอนนี้กำหนดเวลาลงมือที่ตัวตนเหล่านั้นกำหนดมาให้มันก็ใกล้ครบเต็มที
เมื่อครบกำหนดเววลาที่ว่า มันก็จะไม่ได้รับอนุญาตให้เข่นฆ่าผู้ฝึกตนในนครแห่งบาปราวผักปลาเช่นนี้อีกต่อไป
“ต้วนหลิงเทียน เจ้าคิดว่าเจ้าจะซ่อนตัวเช่นนี้ได้ตลอดหรือ…”
ทันใดนั้นเซี่ยคังฉวินคล้ายนึกอะไรได้ออก สองตาทอประกายอำมหิต มุมปากยกแสยะเหี้ยมเกรียม
และภายในวันนั้น ก็มีข่าวอันน่าตกใจแพร่ไปทั่วนครแห่งบาป
“เฮ่ พวกเจ้าได้ยินเรื่องนี้แล้วหรือไม่ เห็นว่าที่แท้ฆาตกรฆ่าเซี่ยจง บุตรชายของจ้าวราชสีห์ขนทองจักเรียกว่าต้วนหลิงเทียนที่มาจากภูมิภาคเบื้องล่าง…ที่แท้ทั้งหมดเป็นการล้างแค้นเซี่ยจงที่ไปชิงตราผนึกมารจากมันมาก่อน!”
“ข้าพึ่งได้ยินมาเมื่อครู่! ดูเหมือนว่าต้วนหลิงเทียนผู้นี้จะเป็นนายน้อยของขุมพลังกึ่งชั้น 3 อันใดสักอย่าง…แต่จะว่าไปเรื่องนี้มันเป็นความจริงแน่หรือ? ไฉนนายน้อยขุมพลังกึ่งชั้น 3 นั่นจักมีพลังฝีมือสูงถึงขั้นฆ่าเซียจงได้กัน?”
“นั่นสิ! เรื่องนี้มันเป็นไปได้อย่างไรกัน! คนจากภูมิภาคเบื้องล่างไฉนมีปัญญาสังหารเซี่ยจงได้?”
“เรื่องนี้ข้าเพียงฟังหูไว้หูเท่านั้น ยากเชื่อได้ลงคอ”
……
เมื่อมีข่าวคนฆ่าเซี่ยจงคือ ต้วนหลิงเทียน นายน้อยตำหนักเมฆาครามอันเป็นขุมพลังกึ่งชั้น 3 ของภูมิภาคเบื้องล่างแพร่กระจายออกมา นครแห่งบาปก็อื้ออึงกันยกใหญ่ มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่เชื่อว่าต้วนหลิงเทียนมีพลังฝีมือสูงพอจะฆ่าเซี่ยจงได้