แต่ถึงอย่างนั้นเซี่ยจงก็ไม่ได้ตระหนักถึงวิกฤตการณ์ใดๆ เพราะสุดท้ายแล้วพลังของต้วนหลิงเทียนก็ยังไม่มากพอจะคุกคามมันได้
เพราะตอนนี้มันยังไม่ได้ทำอะไร พลังก็เหนือกว่าอีกฝ่ายแล้ว
หากมันสำแดงเวทย์พลังอะไรออกมา มันย่อมเหนือกว่าอีกฝ่ายหลายขุม
“เซี่ยจง!”
อย่างไรก็ตามในขณะที่เซี่ยจงกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่ เสียงหนึ่งก็ลั่นดังเข้าหูของมัน น้ำเสียงยังแข็งกร้าวกระด้างกระเดื่องถึงที่สุด
ยิ่งไปกว่านั้น เรื่องที่สำคัญที่สุดก็คือเสียงนี้กลับคุ้นหูของมันนัก! คลับคล้ายคลับคลาว่ามันจะเคยได้ยินเสียงนี้มาก่อน!!
หลังจากรู้สึกตัวเซี่ยจงก็พบว่า
ชายหนุ่มชุดม่วงที่มันติดตามออกมาพักใหญ่ ไม่ทราบหันกลับมามองมันตั้งแต่เมื่อไหร่ อีกฝ่ายยังย่ำเท้าลงกลางหาวพุ่งร่างเข้ามาหามันดั่งสายลมพัด พริบตาก็มาหยุดเผชิญหน้ากับมัน
“เจ้า…เจ้าหาข้าเจอด้วยหรือ?”
หน้าเซี่ยจงเปลี่ยนไปไม่น้อย นั่นเพราะดูเหมือนอีกฝ่ายจะสัมผัสได้แต่แรกว่ามันลอบสะกดรอยตามมา
ที่สำคัญอีกฝ่ายคล้ายจะรู้จักมันด้วย!
หาไม่แล้วจะเรียกชื่อมันออกมาได้ยังไง?
“เป็นข้าจงใจล่อให้เจ้าตามมาเอง แล้วมีหรือข้าจะไม่รู้ตัวว่าถูกเจ้าสะกดรอยตามมา?”
ต้วนหลิงเทียนมองเซี่ยจงด้วยสายตาดูแคลนกล่าวออกดว้ยน้ำเสียงเย้ยหยัน
“เจ้า…เจ้าล่อข้าออกมางั้นเหรอ?!”
ได้ยินวาจานี้ของต้วนหลิงเทียน หากเซี่ยจงยังไม่ทราบว่าที่แท้นี่มันเรื่องราวอันใด ก็เสียทีที่มันอยู่มาหลายปีแล้ว