ตราบใดที่รากวิญญาณของมันไม่มีปัญหา เช่นนั้นสมควรมีบางสิ่งที่ทำให้พลังฝึกปรือของมันช้าลงและทำให้มันจับสัมผัสรากวิญญาณของตัวเองไม่ได้
จังหวะนี้มันอดไม่ได้ที่จะโล่งอก
“ใช่…พรสวรรค์รากวิญญาณของเจ้าไม่มีปัญหาอันใด…”
ทว่าหลูเถี่ยพลันกล่าวออกมาสืบต่อ น้ำเสียงยังกลายเป็นหนักอึ้ง “เพราะ…พรสวรรค์รากวิญญาณของเจ้ามันหายไปแล้ว”
พรสวรรค์รากวิญญาณหายไปแล้ว!!
วาจานี้ของหลูเถี่ยยามดังเข้าหูปู้หงก็ประหนึ่งอัสนียามแล้งที่ฟาดผ่าลงมาโดยไร้ซึ่งการตั้งเค้าอันใด พาลให้ปู้หงตะลึงไปไม่อยากรับรู้เรื่องราว ร่างทุรดลงกับพื้นอย่างอ่อนระโหยโรยแรง
ก่อนหน้านี้แม้มันจะรู้สึกหมดหวัง หากแต่ในใจยังเหลือเศษเสี้ยวความหวังอันเบาบางสายหนึ่งอยู่
ทว่าวาจานี้ของหลูเถี่ย เสมือนวาจาตัดสินพร้อมโยนป้ายประหาร! พรสวรรค์รากวิญญาณมันหายไปแล้ว!!
พรสวรรค์รากวิญญาณมันหายไปแล้ว…ต่อไปมันยังจะฝึกปรืออันใดได้อีก?
“นิ…นี่มันอะไร ไฉนเป็นเช่นนี้ ไฉนเรื่องนี้ต้องเกิดขึ้นกับข้า?!”
ปู้หงสิ้นหวังแล้วจริงๆ
“ต้วน! หลิง! เทียน!!”
ตอนนี้เองปู้หงพลันได้ยินเสียงกล่าวเล็ดลอดไรฟันอันเปี่ยมล้นไปด้วยโทสะของหลูเถี่ย ทำให้มันเงยหน้าขึ้นมาด้วยความตกใจ เพราะนี่เป็นครั้งแรกเลยจริงๆที่มันได้ยินน้ำเสียงเปี่ยมโทสะอย่างเกรี้ยวกราดเช่นนี้!
“หงเอ๋อเจ้าอย่าได้กังวล…แค้นนี้ของเจ้าอาจารย์ผู้นี้จะชำระให้เอง!!”