ประการแรก ชายหนุ่มชุดม่วงเบื้องหน้ามีความเป็นมาสูงส่ง และไม่หวาดกลัวพวกมันแม้แต่น้อย
ประการที่สอง ชายหนุ่มชุดม่วงเบื้องหน้าเพียงเสแสร้งแสดงลึกลับวางมาดไปก็เท่านั้น!
พอคิดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา จังหวะนี้สองตาของพันธมิตรขวานปฐพีทั้งสองอดไม่ได้ที่ฉายความหวาดกลัวต่อ ‘ภูมิหลังต้วนหลิงเทียน’ ออกมาให้เห็น
“หากพวกเจ้าอยากได้แหวนพื้นที่ รวมถึงอยากจะควักลูกตาข้านัก ก็เข้ามาลงมือด้วยตัวเองเถอะ…”
ต้วนหลิงเทียนกล่าวสืบต่อ
หลังจากกล่าวจบคำ เขาก็เหลือบมองพันธมิตรขวานปฐพีทั้งสองที่แววตาฉายความหวาดกลัวออกมาด้วยรอยยิ้มแสยะ “หากพวกเจ้าทั้งคู่ไม่กล้า เช่นนั้นก็รีบไสหัวไปเสีย…สุนัขดีไม่ขวางทางคน!”
และวาจาที่ต้วนหลิงเทียนกล่าวออกกมาประโยคท้าย ก็คล้ายจะจุดชนวนโทสะที่ระงับไว้ของพันธมิตรขวานปฐพีทั้งสองเข้าอย่างจัง
“ไอ้หนู เจ้าคิดจริงๆหรือว่าพวกเราจะมองไม่ออกว่าเจ้าเพียงวางท่าลึกลับ!?”
“ไอ้หนู อาศัยพลังฝึกปรือเซียนปฐพีขั้นเชี่ยวชาญของเจ้า หาญกล้าโอหังต่อหน้าพวกเรา?!”
ทันใดนั้นพันธมิตรขวานปฐพีทั้ง 2 ก็มีโทสะนัก
ไม่ต้องกล่าวถึงเรื่องที่ตอนนี้พวกมันเป็นถึงสมาชิกพันธมิตรขวานปฐพีเลย แต่ก่อนตอนที่พวกมันเป็นแค่ผู้ฝึกตนพเนจรไหนเลยจะเคยโดนเด็กน้อยขอบเขตเซียนปฐพีขั้นเชี่ยวชาญหยามหน้า!
ตอนนี้ด้วยมีพันะมิตรขวาญปฐพีหนุนหลัง แล้วพวกมันยังต้องกัวอะไร?