ต้วนเนี่ยนเทียนที่ได้ยินเสียงพึมพำของต้วนหรูเฟิงเช่นกัน จึงกล่าวถามออกมาด้วยสองตาใสแป๋ว เต็มไปด้วยความอยากรู้ของเด็กน้อยนัก
“เฟยเอ๋อเจ้าพาเนี่ยนเทียนกลับไปพักก่อน…ถึงเวลาที่ข้าจะเล่าเรื่องบางอย่างให้พวกเจ้าฟังแล้ว แต่ข้าจะเล่ามันให้ลี่หลัวฟังก่อนแล้วค่อยให้นางเล่าให้เจ้าฟังทีหลัง ”
ตอนนี้เองต้วนหรูเฟิงพลันส่งเสียงผ่านพลังไปหาลี่เฟย เพื่อให้ลี่เฟยพาต้วนเนี่ยนเทียนกลับไป
ในวาจาที่ส่งมาก็เผยเรื่องหนึ่งให้เห็นชัด
เรื่องที่ต้วนหรูเฟิงกำลังจะเล่านั้น เป็นอะไรที่ไม่อยากให้ต้วนเนี่ยนเทียนรับรู้
ถึงแม้ไม่ทราบว่านี่มันเรื่องราวอะไร แต่ลี่เฟยย่อมสัมผัสได้ถึงความจริงจังในน้ำเสียงต้วนหรูเฟิง แม้นางจะอยากรู้อยากเห็นไม่น้อย แต่ก็เข้าใจว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม จึงอุ้มลูกจากไปทันที
ครู่ต่อมาห้องโถงหลักอันกว้างใหญ่ของตำหนักเมฆาครามก็เหลือเพียงต้วนหรูเฟิง ลี่หลัวและหวางเหฟยเซวียน
“พี่เฟิง ท่านให้เสี่ยวเฟยพาเนี่ยนเอ๋อออกไปงั้นหรือ?”
ลี่หลัวกล่าวถาม
ในฐานะภรรยาของต้วนหรูเฟิง บวกกับการกระทำเมื่อครู่ของลี่เฟยนางย่อมคาดเดาเรื่องราวได้ง่ายดาย
คือสามีนางมีเรื่องสำคัญจะกล่าว และไม่อยากให้หลานชายตัวน้อยได้ยิน
“อืม”
ต้วนหรูเฟิงพยักหน้ารับ ค่อยกล่าวออกเสียงขรึม “เนี่ยนเอ๋อยังเล็กเกินไป ข้ามิอยากให้หลานต้องมารับรู้เรื่องราวพวกนี้ และต้องใช้ชีวิตหลังจากนี้ต่อไปด้วยความหวาดกลัว…”