นอกจากเหล่าชนชั้นยอดฝีมือที่สามารถเอาตัวรอดมาได้ เหล่าผู้ฝึกตนที่รอดมาได้ก็ต้องกระเสือกกระสนแทบตาย ยังมีไม่น้อยที่กลายเป็นผู้ฝึกมารเพื่อแสวงหาพลังอย่างสิ้นทาง
เรียกว่าในยุคนั้นทุกทั่วหัวระแหงเต็มไปด้วยความโกลาหล เป็นห้วงกลียุคแห่งความตายอย่างแท้จริง กระทั่งผู้คนในทวีปมนุษย์อันห่างไกลยังไม่อาจอยู่ได้อย่างสงบ
“ปีศาจวัว…เผ่าพันธุ์ปีศาจ?”
“แดนเนรเทศ?”
หลังได้ล่วงรู้ถึงการคงอยู่ของแดนเนรเทศและเผ่าพันธุ์ปีศาจรวมถึงพลังของพวกมัน ลี่หลัวกับหวางเฟยเซวียนอดไม่ได้ที่จะหวาดกกลัว
“แม่หนูเฟยเซวียน เจ้ายังพอจดจำได้หรือไม่ว่าปีศาจวัวตัวที่บุกไปตำหนักฟ้าลี้ลับวันนั้น…มันสูงเท่าใด?”
ทันใดนั้นเองต้วนหรูเฟิงพลันหันไปมองถามหวางเฟยเซวียน
ได้ยินคำถามของต้วนหรูเฟิง หวางเฟยเซวียนที่จมจ่อมอยู่ในความคิดก็กลับมารู้สึกตัว หน้าที่ซีดเซียวเริ่มหวนกลับมามีสีเลือด ไม่นานแก้มงามหวนกลับมามีสีคล้ายดอกกุหลาบ
สองคิ้วหวางเฟยเซวียนพลันขมวดเป็นปม แววตาเลื่อนลอยคล้ายครุ่นคิด
“ดูเหมือนว่ามันจะสูงกว่า 4 หมี่…ทว่ายังไม่ถึง 5 หมี่”
หลังจากนึกทบทวนเรื่องราวพักหนึ่ง ในที่สุดหวางเฟยเซวียนก็กล่าวตอบต้วนหรูเฟิงออกมา
“หมายความว่าพลังฝีมือของปีศาจวัวที่บุกไปตำหนักฟ้าลี้ลับ ก็พอๆกับปีศาจวัวที่บุกเข้ามาในตำหนักเมฆาครามของข้าวันนั้น…”