พอได้ยินชื่อนี้ลี่เฟยก็ตกใจจนเหม่อไปเล็กน้อยค่อยคืนสติ ครู่ต่อมาลึกลงไปในแววตางามดั่งสารทฤดูก็ฉายความซับซ้อนออกมาประการหนึ่ง
นางย่อมเคยได้ยินบุรุษของนางกล่าวถึงหวางเฟยเซวียนมาก่อน
ทว่าแม้บุรุษของนางจะไม่ได้กล่าวถึงนางมากมาย แต่ด้วยสัญชาตญาณของสตรีไหนเลยนางจะไม่รู้ว่าสตรีในตำหนักฟ้าลี้ลับคนนั้นที่เรียกว่า หวางเฟยเซวียน ตกหลุมรักบุรุษของนาง
“ท่าทางนางจะเป็นสหายของเทียนเอ๋อจริงๆ…เฟยเอ๋อในเมื่อเจ้ารู้จักนาง เช่นนั้นก็ไปทักทายนางกับข้าเถอะ”
ต้วนหรูเฟิงกล่าว
“ท่านปู่ข้าไปด้วยคนนะ!”
ตอนนี้เองต้วนเนี่ยนเทียนที่วิ่งหลุนๆไปมาอยู่ไม่ไกล ก็แจ้นมากล่าวกับต้วนหรูเฟิงด้วยสองตากลมใสไร้เดียงสา
“ท่านย่าก็ไปด้วยกัน”
หลังจากนั้นต้วนเนี่ยนเทียนก็หันไปอ้อนลี่หลัวก่อนที่จะใช้มือน้อยๆดึงมือลี่หลัวเอาไว้
“ได้ๆ…ย่าไปเล่นกับเนี่ยนเอ๋อ”
ลี่หลัวลูบหัวหลานชายตัวน้อยอย่างเอ็นดู ค่อยตอบตกลง
“เอาล่ะวันนี้ปู่เชื่อฟังเนี่ยนเทียน…พวกเราไปด้วยกันหมดนี่เลย”
ต้วนหรูเฟิงยิ้มกล่าวตอบรับหลานชายตัวน้อย
หลังจากนั้นต้วนหรูเฟิงก็สะบัดมือคราหนึ่ง ปรากฏพลังไร้สภาพโอบอุ้มร่างทุกคน พาทั้งหมดเหินลอยออกจากตำหนักหลักของตำหนักเมฆาครามพุ่งแหวกหมู่เมฆลงไปราวกับดำทะเลหมอก
จากนั้นไม่นานต้วนหรูเฟิงก็พาทั้งหมดมาถึงริมทะเลสาบผานหลงด้านล่าง
“คารวะท่านจ้าวตำหนัก!!”
“คารวะฮูหยินจ้าวตำหนัก!!”