กล่าวถึงตรงนี้ชิวมู่ชิงก็กังวลจนร้อนใจหาคำใดมากล่าวต่อไม่ถูก
ได้ยินความวิตกกังวลและความเป็นห่วงที่แฝงเร้นอยู่ในน้ำเสียงของชิวมู่ชิง ต้วนหลิงเทียนรู้สึกซาบซึ้งใจไม่น้อย ทว่าเขาเลือกจะกล่าวออกมาตรงๆ “มู่ชิง ข้ารู้ว่าเจ้าเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยของข้า…แต่นครแห่งบาป ข้ามิอาจไม่ไป!”
“ตอนนี้ภรรยากับลูกสาวตัวน้อยของข้าถูกขังไว้ในที่ๆมิอาจเห็นเดือนเห็นตะวัน…หากข้าไปนครแห่งบาปมันจะทำให้ข้าสามารถช่วยเหลือพวกนางได้เร็วที่สุด!”
ต้วนหลิงเทียนกล่าวเรื่องที่จะช่วยลูกเมียของเขาออกมาตรงๆ
แต่เป็นธรรมดาว่าเขาไม่ได้กล่าวถึงเรื่องที่ลูกเมียของเขาถูกจับขังอยู่ในลัทธิบูชาไฟ
และยังมีสาเหตุที่ทำให้เขาเลือกกล่าวถึงเรื่องนี้อยู่อีกอย่างด้วย…
เนื่องจากชิวมู่ชิงเปลี่ยนมาเรียกหาเขาว่าพี่ใหญ่หลิงเทียนแทนคุณชาย อีกทั้งจากสีหน้าแววตาและท่าทางของนางที่เผยออกมาให้เห็นยามอยู่ต่อหน้าเขา
ไม่ต้องให้ชิวมู่ชิงกล่าวบอกออกมาตรงๆ เขาก็รู้ได้ว่านางบังเกิดความประทับใจในตัวเขาเข้าแล้ว…กระทั่งอาการขวยเขินเอียงอายยามคุยกับเขานั้น บ่งบอกให้รู้ว่านางไม่พ้นต้องมีใจให้เขาเป็นแน่ ไม่ว่าจะตกหลุมรักเขาแล้วก็ดี หรือยังพึ่งชอบพอเขาก็ดี แต่เขาก็ไม่อยากจะให้ความหวังใดๆกับนาง
ที่เขาเลือกจะกล่าวถึงภรรยาและลูกสาวออกมา ก็เพื่อให้นางตัดใจเสียตั้งแต่เนิ่นๆ!