ต่อหน้าต้วนหลิงเทียนแล้ว นางก็เป็นเพียงสตรีสามัญไร้ราคาอันใด
“แม่นางชิว ทำไมท่านถึงเงียบมาตลอดทางเลยเล่า?”
หลังจากกลับมาถึงเรือนส่วนตัวของชิวมู่ชิงแล้ว ต้วนหลิงเทียนก็เลือกที่จะเดินนำไปนั่งลงบนโต๊ะหินอ่อนตัวเดิมที่นั่งสนทนากับชิวมาชิงก่อนหน้า ค่อยยิ้มถามชิวมู่ชิงที่ตามมาด้วยความสงสัย
ทว่าชิวมู่ชิงที่เดินตามมานั้นกลับไม่ได้นั่งลงที่ฝั่งตรงข้ามอีกต่อไป นางเลือกที่จะยืนมองเขา
อีกทั้งตอนนี้ในแววตาคู่งามดั่งสารทฤดูของนาง กลับฉายความซับซ้อนไม่น้อยขณะมองมา
“แม่นางชิว ท่านเป็นอะไรไป?”
เห็นทีท่าดังกล่าวของชิวมู่ชิง ต้วนหลิงเทียนก็อดไม่ได้ที่จะกล่าวถามออกมาด้วยความสงสัย
แม่นางชิวผู้นี้ คงไม่ใช่เพราะเมื่อครู่เขาเผยพลังฝีมือออกไป จึงทำให้นางหวาดกลัวจนไม่กล้าคุยเล่นกับเขาเหมือนก่อนหรอกนะ?
แต่แม้ต้วนหลิงเทียนจะงุนงงเล็กน้อย ทว่าเขาก็สามารถเข้าใจได้
ทว่าทันทีที่ชิวมู่ชิงปริปากกล่าวคำอีกครั้ง ก็ทำให้ต้วนหลิงเทียนถึงกับอึ้งไปครู่หนึ่ง
“ท่านคือ ต้วนหลิงเทียน อัจฉริยะท้าทายสวรรค์คนใหม่ของลัทธิบูชาไฟใช่หรือไม่?”
อยู่ดีๆชิวมู่ชิงก็กล่าวถามออกมากลางปล้องเช่นนี้ ทำให้ต้วนหลิงเทียนรู้สึกตกใจทั้งตั้งตัวไม่ทันอยู่บ้าง
“ท่าน…รู้ได้อย่างไร?”
ต้วนหลิงเทียนสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะค่อยๆผ่อนลมหายใจออกมาอย่างช้าๆ กล่าวถามออกไปโดยที่ไม่ได้ปฏิเสธ เพียงมองชิวมู่ชิงด้วยสายตาแปลกใจ