สาเหตุที่ไฉนเรื่องนี้ชิวมู่ชิงไม่รู้ เพราะเป็นเรื่องราวล่าสุดที่เกิดขึ้นในลัทธิบูชาไฟ จึงยังแพร่กระจายมาไม่ถึงเมืองคงหมิงที่อยู่ทางใต้สุดของภาคตะวันตก
‘เรียกว่าต้วนหลิงเทียนเหมือนกัน ยังเยาว์ทั้งแข็งแกร่งทรงพลังยิ่ง…หรือเขาคือต้วนหลิงเทียนอัจฉริยะท้าทายสวรรค์ ของลัทธิบูชาไฟผู้นั้นจริงๆ?’
พอมาย้อนนึกดูอีกครั้ง ชิวมู่ชิงก็เริ่มมั่นใจ
ว่าชายหนุ่มชุดม่วงที่นางได้บังเอิญพบเจอที่เหลาอาหารวันนี้ สมควรเป็นอัจฉริยะท้าทายสวรรค์ ต้วนหลิงเทียน แห่งลัทธิบูชาไฟ
‘หากเขาเป็นต้วนหลิงเทียนผู้นั้นจริงๆ เช่นนั้นก็มิแปลกอันใดที่เขาขอให้ข้าช่วยปกปิดนามของเขาเอาไว้…เห็นว่าเขาได้ล่วงเกินผู้คนในลัทธิบูชาไฟไปมากมาย ยังเป็นระดับสูงทั้งสิ้น! ที่มิยอมเปิดเผยชื่อออกมาเช่นนี้…สมควรเป็นเพราะตัวตนเหล่านั้นจะล่วงรู้เขาอยู่ที่เมืองคงหมิงและเกิดอันตรายต่อเขา..’
ต้องกล่าวเลยว่าชิวมู่ชิงก็หัวไวไม่เบา
เมื่อรวมกับข่าวเรื่องราวที่ได้ยินมา กลับเดาเรื่องต้วนหลิงเทียนได้ครึ่ง
สาเหตุที่บอกว่านางเดาได้ครึ่งเดียวนั้น
ต้วนหลิงเทียนปกปิดชื่อไม่ใช่เพราะไม่อยากให้คนของลัทธิบูชาไฟล่วงรู้ว่าเขาอยู่ที่เมืองคงหมิง หากแต่กลัวว่าหลังเขาออกจากเมืองคงหมิงไปแล้ว ลัทธิบูชาไฟจะมาหาความจาก ‘ตระกูลชิว’ และชิวมู่ชิงต่างหาก!
เรื่องของตัวเองนั้นต้วนหลิงเทียนไม่ได้กังวลแม้แต่นิดเดียว