อย่างไรก็ตาม เมื่อถูกต้วนหลิงเทียนเดินเข้ามาหาถึงครึ่งทาง ชิวจื่อ ถึงกับทนไม่ไหวเร่งทิ้งตัวลงไปคุกเข่าร้องขอชีวิต!
สุดท้ายแล้วเพื่อความอยู่รอด มันจึงกล่าวคำสาบานเป็นสุนัขรับใช้ชิวมู่ชิงไป…
‘ตระกูลตงฟางใช่จะคุกเข่าร้องขอความเมตตาเหมือนชิวจื่อหรือไม่?’
ตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นชิวอ้านผิง ประมุขตระกูลชิวหรืออาวุโสหลักตระกูลชิวล้วนบังเกิดความคิดดังกล่าวออกมาเหมือนกันโดยไม่ได้นัดหมาย
ตึก!
ตึก!
…
ทุกย่างก้าวที่ต้วนหลิงเทียนเดินออกไป บังเกิดเสียงเท้ากระทบพื้นแผ่วเบาฟังดูนุ่มละมุนอยู่ในหูแต่ทุ้มอยู่ในใจ
หากทว่าเสียงละมุนดังกล่าวยามดังเข้าหูตระกูลตงฟางยังไม่ต่างอะไรกับเสียงฟ้าผ่า พาลให้ใจพวกมันสั่นไหวเต้นไปไม่เป็นจังหวะ!
เรียกว่าในตอนนี้มีแค่คุณชายรองตระกูลตงฟางอย่างตงฟางฉู่และอาวุโสทั้ง 2 ที่ติดตามตงฟางฉู่เท่านั้น ที่ยังคงมีกำลังขวัญกล้าแข็งดีอยู่
เพราะถึงแม้พวกมันจะตระหนักได้ว่าพลังฝีมือของต้วนหลิงเทียนไม่ธรรมดา แต่พวกมันก็ไม่รู้แน่ชัดว่าพลังฝีมือของต้วนหลิงเทียนใช่เหนือกว่ายอดฝีมือตระกูลตงฟางของพวกมันหรือไม่…
กลับกัน…ตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นตงฟางเฉียน ประมุขตระกูลตงฟางหรืออาวุโสหลักและอาวุโส 2 ของตระกูลตงฟาง เผชิญหน้ากับต้วนหลิงเทียนที่ค่อยๆก้าวเดินเข้ามา จิตใจพวกมันก็ใกล้จะพังทลายลงเต็มที!
แน่นอนว่ายังต่างจากชิวจื่อที่ยืนอยู่ลำพัง และทำอะไรไม่ถูกอยู่บ้าง