“ประมุข ท่านอาวุโสหลัก…ข้า…ข้าแค่กล่าวความจริงออกมาเท่านั้น ไม่ได้ตั้งใจจะลดศักดิ์ศรีของตระกูลชิวเรา หรือจงใจเข้าข้างตระกูลตงฟาง!”
ต้วนหลิงเทียนไล่จี้กล่าวหามันมาถึงขนาดนี้ ย่อมทำให้สีหน้าของชิวกังยี่เปลี่ยนไปใหญ่หลวง เร่งร้อนกล่าวคำแก้ตัวออกมาทันที ด้วยกลัวว่าประมุขและอาวุโสหลักจะมีโมโหและกล่าวโทษมันขึ้นมาจริงๆ
“จึกๆๆ…”
ตอนนี้เองตงฟางเฉียนที่เงียบมาอยู่นานพลันจุ๊ปากเย้ยเยาะ ค่อยกล่าวคำค่อนแคะออกมาว่า “ดูเหมือนตระกูลชิวจักตกต่ำลงแล้วจริงๆ…กระทั่งผู้ฝึกตนพเนจรไร้รากยังมีสิทธิ์มีเสียงในห้องโถงหลักได้ ยังสามารถกล่าวเสียงดังปาวๆไม่เห็นหัวผู้ใดได้แบบนี้…”
“หากเป็นในตระกูลตงฟางของข้า ผู้ฝึกตนไร้รากที่กล้าสามหาวเช่นนี้…ไม่ทราบจักตายไปแล้วกี่ร้อยรอบ!”
ขณะที่กล่าววาจาประโยคนี้ออกมา สองตาตงฟางเฉียนยังเบนไปตกที่ร่างต้วนหลิงเทียนด้วยอำมหิต จิตสังหารเอ่อล้นออกมาอย่างไม่คิดจะปกปิด
“จริงเหรอ? ขนาดนั้นเลย?”
ต้วนหลิงเทียนพลันมองสวนกลับไปด้วยสายตาท้าทาย กล่าวออกด้วยน้ำเสียงเย้ยเยาะ ไม่ได้มีความหวาดกลัวสักกะผีกเดียว
“ประมุขตระกูลชิว!”
โดนต้วนหลิงเทียนมองมาด้วยสายตาท้าทายอย่างไร้ซึ่งความกลัวเกรง ย่อมกระตุ้นโทสะของตงฟางเฉียนให้ลุกโหมขึ้นมาปานเพลิงไฟ หน้ามันมืดดำไปทันใด หันไปมองกล่าวเสียงห้วนกับประมุขตระกูลชิวอย่างชิวอ้านผิงทันที