“ลี่เฟิง”
ต้วนหลิงเทียนยิ้มตอบ
และคำตอบของเขาก็ทำให้ชิวมู่ชิงอึ้งไปพักหนึ่ง
นั่นเพราะชิวมู่ชิงได้รับทราบนามต้วนหลิงเทียนก่อนหน้าแล้ว พอมาได้ยินชื่อใหม่จากปากต้วนหลิงเทียน นางจึงรู้สึกสับสนโดยไม่รู้ตัว
ทว่าพอลองคิดดูครู่หนึ่ง นางก็รู้สึกโล่งใจ ด้วยคิดว่าต้วนหลิงเทียนสมควรเจตนาปิดบังชื่อของตัวเอง
“ที่แท้เป็นน้องชายลี่เฟิง”
ชิวอ้านผิงพยักหน้ารับ ค่อยถามต่อ “น้องชายลี่เฟิงคงไม่ใช่คนในเมืองคงหมิงกระมัง?”
“ไม่ใช่”
ต้วนหลิงเทียนส่ายหัว
“มิทราบข้าขอถามได้หรือไม่ว่าน้องลี่เฟิงมาจากที่ใด?”
ชิวอ้านผิงถามต่อ
ในขณะที่กล่าวถามคำนี้ออกมา สองตาของมันเผยความคาดหวังประการหนึ่ง
เพราะมันรู้ดีว่าวันนี้มันคงไม่อาจปกป้องชายหนุ่มที่อยู่เบื้องหน้าได้อีก เช่นนั้นมันจึงลอบคาดหวังว่าอีกฝ่ายจะมีความเป็นมาใหญ่โต ด้วยวิธีนี้ตระกูลตงฟางถึงจะไม่กล้าลงมือทำร้ายคนได้ง่ายๆ
และนั่นจะทำให้ลูกสาวคนเดียวของมันไม่ต้องบังเกิดความผิดหวัง เพราะมันไม่อาจปกป้องอีกฝ่ายได้ตามคำสัญญา
“ประมุขชิวข้าเป็นเพียงผู้ฝึกตนพเนจรไร้สังกัดคนหนึ่ง โลกทั้งใบก็คือบ้านของข้า…”
ได้ยินคำถามของชิวอ้านผิง ต้วนหลิงเทียนก็กล่าวตอบออกมาชัดถ้อยชัดคำทันที หากแต่ไม่ได้บอกความเป็นมาอะไรของเขา
ผู้ฝึกตนพเนจรไร้ราก?
(ไร้ราก = ไม่มีหลักแหล่ง,ไร้สังกัด)