แต่ถ้าต้วนหลิงเทียนไม่เต็มใจไปพบคนของตระกูลตงฟางขึ้นมา แน่นอนว่าทางตระกูลคงฟางย่อมคิดว่าคนตระกูลชิวของพวกมันคิดปกป้องต้วนหลิงเทียน!
หากเป็นแบบนั้น ความบาดหมางของตระกูลชิวกับตระกูลตงฟางจะยิ่งถลำลึกลงไปอีกอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง
และนั่นไม่ใช่อะไรที่พวกมันอยากจะเห็นและตั้งใจจะให้เป็นแม้แต่นิดเดียว
“อะไร หรือเจ้ากลัวว่าข้าจะเปลี่ยนใจ?”
ได้ยินคำกล่าวเร่งรัดของชิวกังยี่ รวมถึงสัมผัสได้ถึงสายตาของชิวกังยี่และอาวุโสคนอื่นๆ ต้วนหลิงเทียนก็ปรายตามองชิวกังยี่ด้วยสายตาเฉยเมย กล่าวถามออกไปเสียงเบาอย่างไม่รีบไม่ร้อน
“ข้าก็หวังว่าเจ้าจักไม่กลับคำ อย่างไรก็ตามต่อให้เจ้าจะกลับคำหรือไม่เต็มใจจะไป ข้าก็จะลากคอเจ้าไปด้วยตัวเอง!”
ชิวกังยี่กล่าวเย้ย ค่อยหัวเราะเยาะออกมา
“อาศัยพลังฝีมือระดับเจ้าน่ะหรือ?”
ต้วนหลิงเทียนกล่าวเย้ยกลับ ก่อนที่จะหันไปมองกล่าวกับชิวมู่ชิง “แม่นางชิวโปรดนำทางไปที พอดีข้าไม่รู้ทางไปห้องโถงหลักของตระกูลชิวท่าน…”
เรียกว่าตอนหันไปคุยกับชิวมู่ชิงน้ำเสียงต้วนหลิงเทียนเปลี่ยนไปเป็นหน้ามือหลังมือ มันอ่อนโยนและฟังดูสุภาพเป็นมิตรนัก
“แต่…”
อย่างไรก็ตามชิวมู่ชิงยังคงลังเลไม่น้อย แม้จะได้ยินต้วนหลิงเทียนกล่าวถึงขนาดนี้แล้วก็ตาม
เพราะตอนแรกนางยังเชื่อมั่นว่าอาศัยบารมีบิดา ย่อมสามารถปกป้องคุ้มภัยต้วนหลิงเทียนจากเงื้อมมือตระกูลฟางได้แน่