ที่สำคัญแม้นางจะมีรูปโฉมงดงาม หากแต่บรรยากาศรอบกายกลับเป็นเอง แลดูเข้าถึงได้ง่าย
ด้วยชุดสีขาวบริสุทธิ์ กับท่าทางสบายๆ ทำให้นางคล้ายนางเซียนน้อยที่ลงมาเที่ยวเล่นคนหนึ่ง
“คุณชายท่านนี้สบาย ตอนนี้ในเหลาอาหารมิมีโต๊ะเหลือให้นั่งอีกแล้ว…หากไม่เป็นการรบกวนคุณชายเกินไป มิทราบให้พวกเรานั่งร่วมโต๊ะด้วยได้หรือไม่?”
สตรีชุดขาวมองต้วนหลิงเทียนที่กำลังเหม่อคิดอยู่ ค่อยกล่าวถามออกมาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลพร้อมรอยยิ้มชวนให้ผู้ฟังรู้สึกสบายหูดั่งมีสายลมฤดูใบไม้ผลิพัดผ่าน…
เมื่อได้ยินเสียงใสกล่าวถาม ต้วนหลิงเทียนก็หายเหม่อ ดึงสติลับมาอยู่กับตัวทันที
แน่นอนว่าทั้งหมดเป็นเพราะทั้ง 2 คนที่เข้ามาไร้ซึ่งจิตมุ่งร้ายอะไรกับเขา เขาจึงยังนั่งเหม่ออยู่ได้ หากทั้งคู่มีแม้แต่เศษเสี้ยวของจิตมุ่งร้าย เขาย่อมรู้ตัวแต่แรก
“หือ? เจ้าว่าอะไรนะ?”
สองตาต้วนหลิงเทียนทอประกายวาบหนึ่งเมื่อแลเห็นสตรีชุดขาวด้านหน้า ตั้งแต่มาที่ภูมิภาคเบื้องบนของดินแดนเทพยุทธ์เซียนเต๋า ต้วนหลิงเทียนยังไม่เคยเห็นหญิงสาวคนใดงดงามเท่านางมาก่อน
เป็นธรรมดาว่าไม่นับก่านหรูเยี่ยน เพราะนางหน้าตาเหมือนเค่อเอ๋อ
“ตอนนี้ในเหลามิมีโต๊ะเหลืออยู่เลย…หากไม่เป็นการรบกวนจนเกินไป ไม่ทราบพวกเราขอนั่งร่วมโต๊ะกับคุณชายได้หรือไม่?”
สตรีชุดขาวค่อยๆกล่าวถามออกมาอีกครั้ง แก้มของนางยังแดงเรื่อขึ้นมาคล้ายเขินอายอยู่บ้าง