หรือว่าต้วนหลิงเทียนที่มันรู้จัก กับต้วนหลิงเทียนที่ผู้เฝ้ามองรู้จักจะเป็นคนละคนกัน เพียงแค่บังเอิญมีชื่อเหมือนกันเท่านั้น?
เพราะหลี่อันมั่นใจเต็มเปี่ยม ว่าใบหน้าของต้วนหลิงเทียนที่มันรู้จักสมควรเป็นใบหน้าที่แท้จริง ไร้ซึ่งร่องรอยการปลอมแปลงโฉมใดๆ
และมันก็มั่นใจถึงที่สุดว่าผู้เฝ้ามองที่ตกอยู่ภายใต้วิชาควาญวิญญาณของมัน ไม่มีทางโกหกมันได้
“มิได้มีหน้าตาเช่นนี้จริงๆ”
ได้ยินคำถามของหลี่อัน ผู้เฝ้ามองที่เหม่อลอยคล้ายไร้วิญญาณก็ยังคงกล่าวตอบออกไปอย่างไม่ได้โกหก เพราะต้วนหลิงเทียนที่มันรู้จักไม่ได้มีหน้าตาเหมือนคนในรูปวาดของหลี่อันจริงๆ
“บอกเรื่องของต้วนหลิงเทียนที่เจ้ารู้จักมาให้ข้าฟัง…เจ้ารู้อันใดบอกมาให้หมดอย่าได้ให้ขาดตก!”
หลี่อันกล่าวถามออกมาอีกครั้ง
ถึงแม้ตอนนี้หลี่อันแทบจะยืนยันไปแล้วว่าต้วนหลิงเทียนที่มันตามหา ไม่น่าจะใช่คนเดียวกับต้วนหลิงเทียนที่ผู้เฝ้ามองบอก แต่มันก็อดไม่ได้ที่จะยืนยันเรื่องราวให้แน่ชัด
เพราะชื่อ ต้วนหลิงเทียน นั้นไม่ใช่ว่าจะมีเยอะ
ที่สำคัญที่สุดก็คือเมื่อผู้เฝ้ามองนั้นรู้จักคนที่ชื่อต้วนหลิงเทียนได้ อีกฝ่ายก็สมควรไม่ใช่คนธรรมดาในภูมิภาคเบื้องล่างของดินแดนเทพยุทธ์เซียนเต๋าแน่
และต้วนหลิงเทียนที่อยู่ในลัทธิบูชาไฟก็ห่างไกลคำว่า ‘ธรรมดา’ ถึงขีดสุด!
จิตใต้สำนึกของหลี่อันรู้สึกว่าเรื่องราวต่างๆมันบังเอิญจนเกินไป