“ต้วนหลิงเทียนแตกคอกับหลิวอวิ๋นแล้วงั้นเรอะ?”
ได้ยินข่าวนี้ ต่งหลินก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มเย้ย “ต้วนหลิงเทียนเจ้านับเป็นดาววิบัติโดยแท้…กว่าเจ้าจะมีสหายสักคนแต่สุดท้ายก็แตกคอกันจนได้ น่าเสียดายที่อาวุโสหลิวอวี่ลงโทษเจ้าเบาเกินไป”
“แต่อย่าคิดว่าอาวุโสหลิวอวี่ลงโทษเจ้าสถานเบา แล้วข้าจะปล่อยผ่านเรื่องราวครั้งนี้ไปง่ายๆ!”
เมื่อคิดถึงจุดนี้ ต่งหลิน ก็ลุกออกจากโต๊ะ เดินออกจากห้องโถงหลักทันที
มันมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกของหอคุมกฏ ซึ่งสถานที่แห่งนี้นี้เป็นดั่ง ‘เขตหวงห้าม’ ของหอคุมกฏก็ว่าได้
สถานที่แห่งนี้เป็นที่ๆจ้าวหอคุมกฏและรองจ้าวหอคุมกฏรวมถึงอาวุโสระดับสูงไม่กี่คนใช้เป็นที่ฝึกฝนบ่มเพาะพลัง
แน่นอนว่าสำหรับอาวุโสทั่วไปและศิษย์ที่ทำงานในหอคุมกฏ สถานที่แห่งนี้เสมือนสถานที่ต้องห้ามที่ไม่อาจล่วงล้ำเข้ามาได้…
ทว่าต่งหลินเป็นข้อยกเว้น
นั่นเพราะมันเป็นถึงบุตรชายคนเดียวของรองจ้าวหอคุมกฏ ต่งหยวนจิ้น 1 ใน 3 ผู้มีอำนาจสูงสุดของหอคุมกฏลัทธิบูชาไฟ มันจะผ่านเข้าออกที่นี่เมื่อไหร่ ก็ไม่มีใครพูดอะไรทั้งสิ้น
ภายในหุบเขาอันเงียบสงบ แว่วเสียงสกุณาตัวจ้อยขับขาน สายลมหอบกลิ่นไอดินทั้งความหอมของบุปผานานาพรรณพัดโชยมาในบรรยากาศ เคล้าคลอไปกับเสียงน้ำตก
บริเวณพื้นที่โล่งด้านหน้าน้ำตกปรากฏคฤหาสน์หลังหนึ่งปลูกสร้างเอาไว้
คฤหาสน์ที่อยู่ท่ามกลางขุนเขาลำน้ำเช่นนี้ แลแล้วให้บรรยากาศสงบสบายไม่น้อย
วูบ!