พรสวรรค์รากวิญญาณของศิษย์น้องหลิงเทียนของมัน ไม่แน่ว่าจะเป็นแค่รากวิญญาณสีน้ำเงิน!
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ใจหลิวอวิ๋นอดไม่ได้ที่จะเต้นผิดจังหวะไปทันที มันถี่รัวขึ้นจนยากจะสงบลงได้อยู่นาน
แน่นอนว่ารอยยิ้มลึกลับมีเลศนัยดังกล่าว เป็นต้วนหลิงเทียนจงใจกระทำ
เขาทำแบบนี้เพื่อให้หลิวอวิ๋นเชื่อว่า รากวิญญาณสีน้ำเงิน ยังไม่ใช่ที่สุดของเขา และเขาอาจเก็บงำอะไรเอาไว้
เพราะสุดท้ายแล้วเขาก็มีความสามารถในการกลืนกินพรสวรรค์รากวิญญาณของผู้อื่น สักวันมันต้องยกระดับขึ้นได้แน่
ขอเพียงเขามีอัจฉริยะให้กลืนกินพรสวรรค์รากวิญญาณมากพอ พรสวรรค์รากวิญญาณของเขาย่อมสามารถแปรเปลี่ยนเป็นสีคราม กระทั่งสีม่วงก็เป็นเรื่องที่ขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้น
เช่นนั้นเขาจึงได้แต่ทิ้ง ‘ปริศนา’ เอาไว้แบบนี้
ด้วยวิธีนี้ต่อไปในวันหน้าถึงเขาจะเผยรากวิญญาณสีอื่นออกมาหลิวอวิ๋นก็จะไม่สงสัยอะไร
“ศิษย์น้องหลิงเทียน เรื่องที่ข้าคิดกล่าวหลังได้พบเจ้าตอนนี้ก็กล่าวไปหมดสิ้นแล้ว เช่นนั้นข้าไม่คิดรบกวนเวลาเจ้าบ่มเพาะสืบไป ขอลา”
เมื่อเห็นต้วนหลิงเทียนเพียงฉีกยิ้มมีเลศนัยออกมา หลิวอวิ๋นก็ไม่คิดถามอะไรให้มากความอีก
ในสายตาของมัน
ตอนนี้ต้วนหลิงเทียนไม่จำเป็นต้องตอบอะไรให้วุ่นวาย อาศัยรอยยิ้มนี้ก็เสมือนบอกมันตรงๆ!
เช่นนั้นถึงแม้จะจากไปได้สักพักแต่ใจหลิวอวิ๋นยังเต้นรัวยากสงบอยู่นาน