“ดูท่าความจริงสมควรเป็นเช่นนั้นไม่ผิดแน่ หอคุมกฏสมควรรู้ว่าต้วนหลิงเทียนมีรากวิญญาณสีน้ำเงิน สุดท้ายจึงละเว้นโทษตาย ยอมรับเรื่องราววันนั้นว่าเป็นการป้องกันตัวและการทำเกินกว่าเหตุเท่านั้น!”
“ดูเหมือนข่าวลือจะไม่ใช่เรื่องจริงทั้งหมดสินะ…ต้วนหลิงเทียนหาได้มีรากวิญญาณสีเหลืองไม่! แต่มันมีรากวิญญาณสีน้ำเงิน!!”
……
ขณะเดียวกันคนในวังชินหั่วทั้งหลายก็เริ่มตระหนักได้ถึงเรื่องนี้ พวกมันคลี่คลายข้อสงสัยได้แล้ว!
หอคุมกฏสมควรรู้แต่แรกแล้วว่าต้วนหลิงเทียนมีรากวิญญาณสีน้ำเงิน!
ทว่าอาวุโสหอคุมกฏอย่างต่งหลินที่พึ่งกลับมายังไม่รู้!
“คราวนี้นับว่าอาวุโสต่งหลินหาเรื่องใส่ตัวครั้งใหญ่แล้วจริงๆ…สมควรเป็นอย่างที่ต้วนหลิงเทียนคาดเดา อาวุโสต่งหลินหากไม่พึ่งออกจากการปิดด่านบ่มเพาะ ก็ต้องพึ่งกลับมาจากข้างนอก”
“เรื่องนี้ยังไม่ชัดเจนหรือไร หาไม่แล้วอาวุโสต่งหลินจะมาขัดขาต้วนหลิงเทียนโดยการตัดสิทธิ์ด้วยข้อหารากวิญญาณสีเหลืองได้อย่างไร!”
“อาวุโสต่งหลินกับต้วนหลิงเทียนก็ไร้เรื่องราวบาดหมางอันใดมาก่อน นับว่าเรื่องวันนี้ล้วนแล้วแต่มีตัวโง่งมอย่างเฉินเผิงเป็นต้นเหตุทั้งสิ้น ทำให้อาวุโสต่งหลินพลอยซวยไปด้วย!”
….
เสียงกระซิบกระซาบคุยกันของเหล่าศิษย์ชั้นยอดดังขึ้นอีกครั้ง สุดท้ายทั้งหมดก็สรุปได้ว่าเรื่องราววันนี้ใครเป็นต้นเหตุ ทำให้สายตาของทุกคนหันไปจับจ้องเฉินเผิงทันที