“สวรรค์ช่วย! ข้าคิดไม่ถึงจริงๆว่าที่แท้ต้วนหลิงเทียนจะมีรากวิญญาณสีน้ำเงิน…ตอนนี้พอได้รู้ข้าอดละอายไม่ได้นัก คำชั่วชีวิตไม่มีวันทะลวงถึงขอบเขตเซียนนภานั่น ฟังแล้วข้าอดขำตัวเองเสียไม่ได้! ช่างเหลวไหลทั้งเลอะเลือนยิ่ง!!”
“นับว่าคราวนี้พวกเราทั้งเหลวไหล ทั้งเลอะเลือนแล้วจริงๆ! อัจฉริยะที่มีรากวิญญาณสีน้ำเงินเช่นนี้ ตราบใดที่ไม่ตกตายไปเสียก่อน หรือหย่อนคล้อยการฝึกปรือ…สมควรทะลวงถึงขอบเขตเซียนสวรรค์ได้เต็มร้อยส่วน!”
“ข้าไม่อยากจะคิดเลย…หากด่านพลังฝึกปรือของต้วนหลิงเทียนบรรลุถึงขอบเขตเซียนสวรรค์ พลังฝีมือของมันจะร้ายกาจถึงเพียงใด!”
“ช่างน่าสะพรึงกลัวนัก! ตอนนี้มันพึ่งจะบรรลุถึงเซียนปฐพีขั้นสูงสุดเองมิใช่หรือ! ทว่ากลับมีพลังฝีมือถึงขั้นนี้แล้ว…”
“สมควรสูงกว่านั้น! ตอนแรกข้าก็เอะใจอยู่บ้างแล้ว…ยามยังไม่ได้ใช้เวทย์พลังสนับสนุนเพิ่มพูนพลัง กลิ่นอายพลังของต้วนหลิงเทียนที่ข้าสัมผัสได้ สมควรอยู่ในขอบเขตเซียนนภาขั้นต้นแล้ว!”
“อะไรนะ!? ที่แท้ต้วนหลิงเทียนบรรลุถึงเซียนนภาขั้นต้นแล้วหรือ! เรื่องราวเกิดขึ้นเร็วยิ่งข้าไม่ทันได้สัมผัสพลังของมันให้ละเอียด!!”
“พวกเจ้ายังกล้าเรียกศิษย์พี่ต้วนหลิงเทียนว่ามันห้วนๆเรอะ…ระวังปากเจ้าหน่อยเถอะ!”