“เหอะๆ จะไม่ให้กลัวได้อย่างไร แม้พลังฝีมืออาวุโสต่งหลินจะพอใช้ได้ แต่ก็ไม่อาจเทียบชั้นกับเวินเยี่ยนได้เลย…ทว่าต้วนหลิงเทียนนั่นกลับมีพลังฝีมือเหนือกว่าเวินเยี่ยนหลายขุม ย่อมหมายความว่าคิดทุบตีอาวุโสต่งหลินก็ถือเป็นเรื่องราวอันง่ายดายนัก!”
“แต่ก็นะ…อย่างไรมันก็เป็นถึงอาวุโสเพลิงทองแดงของหอคุมกฏคนหนึ่ง ปกติเห็นวางท่าถือดีว่าตัวสูงส่งเหนือผู้ใด…แต่มาวันนี้มันกลับผงะถอยหนีศิษย์ที่แท้จริงคนหนึ่งราวหนูกลัวแมว ภาพลักษณ์สูงส่งที่มันเพียรสร้างมา จากนี้คงไม่มีเหลือแล้วล่ะ!”
“ใช่! ข้ารู้สึกว่าตอนนี้หน้ามันจากในกาลก่อนที่มักเชิดหยิ่งหัวสูง คล้ายจะก้มต่ำลงหลายส่วนยามอยู่ต่อหน้าต้วนหลิงเทียน”
….
เมื่อเห็นว่าต่งหลินหวาดผวาถึงขั้นก้าวถอยหนี หลังจากที่ต้วนหลิงเทียนเดินเข้าหา เหล่าศิษย์ชั้นยอดในวังชินหั่วอดไม่ได้ที่จะกระซิบกระซาบคุยกันอย่างสนุกสนาน
ทว่าแม้เสียงกระซิบของพวกมันจะแผ่วเบา แต่ในที่นี้ยังมีใครโสตประสาทรับฟังไม่ดี?
ต่งหลินที่ได้ยินคำซุบซิบเหล่านี้ มันโมโหจนแทบกระอัก!
อย่างไรก็ตามมันเลือกจะสาดเทโทสะไปลงที่ต้วนหลิงเทียน เร่งหันไปมองถามต้วนหลิงเทียนด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบทันที “ต้วนหลิงเทียน นี่เจ้าคิดจะทำอะไร!?”
“ข้าคิดจะทำอะไร? หืม? อย่าบอกนะว่า…อาวุโสต่งหลินกลัวถูกข้าฆ่าต่อหน้าเหล่าศิษย์?”