“ต้วนหลิงเทียนนับว่าหาเรื่องเก่งนัก ตอนนี้ไม่พ้นต้องไปมีเรื่องอะไรกับหอคุมกฏแน่นอน! หาไม่แล้วอาวุโสของหอคุมกฏคงไม่ทำแบบนี้! ดูท่ามันคงไม่มีหวังได้ไปทำงานที่หอคุมกฏแล้วล่ะ…”
บางคนส่ายหัวไปมา คิดไปว่าต้วนหลิงเทียนต้องไปก่อเรื่องอะไรไว้แน่ๆ
“อย่างไรก็ตามอาวุโสของหอคุมกฏคนนั้นจะไม่ทำเกินไปหน่อยหรือไง? นี่มัน ‘ใช้อำนาจโดยมิชอบ’ ชัดๆ! หากไม่มีเหตุผลอันสมควรมารองรับ ไหนเลยจะมาตัดสิทธิ์ต้วนหลิงเทียนเช่นนี้ได้!!”
“หากข้าเป็นต้วนหลิงเทียน เรื่องนี้ข้าต้องเอาไปฟ้องร้องที่หอคุมกฏแน่! เพราะนี่มันจะรังแกกันเกินไปแล้ว!!”
“ข้าคิดว่า..ลองอาวุโสคุมกฏผู้นั้นกล้าสั่งมาแบบนี้ มันต้องหาเหตุผลไว้รองรับแล้วล่ะ! เกรงว่าต่อให้ต้วนหลิงเทียนไปฟ้องร้องจริงก็คงไร้ประโยชน์!!”
“ข้าก็คิดเช่นนั้น! ในฐานะอาวุโสของหอคุมกฏ อยู่ดีๆคงไม่กล้าตัดสิทธิ์ต้วนหลิงเทียนอย่างไร้เหตุผลหรอก! ไหนเลยจะเปิดช่องให้ต้วนหลิงเทียนฟ้องร้องเอาผิดได้!”
……
บรรยากาศภายในวังชินหั่วเงียบไปได้ไม่ทันไร ก็เริ่มกลับมาฮือฮาอีกครั้ง
เหล่าศิษย์ชั้นยอดทั้งหลายต่างคาดเดากันไปเรื่อยเปื่อยว่าต้วนหลิงเทียนไปก่อเรื่องอะไรมากันแน่ อาวุโสหอคุมกฏถึงได้มาจำกัดสิทธิ์ของต้วนหลิงเทียนแบบนี้
ในขณะที่เหล่าศิษย์ชั้นยอดเริ่มคุยกันเสียงดัง ด้านต้วนหลิงเทียนก็ได้สติกลับคืนเช่นกัน
หลังรู้สึกตัว สีหน้าเขาก็มืดดำลงทันใด