กล่าวถึงตรงนี้หลิวอวิ๋นก็มองต้วนหลิงเทียนด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
“อ้อ”
ต้วนหลิงเทียนที่ยังคงแลสบายๆ พอได้ยินประโยคนี้ของหลิวอวิ๋น ก็อดไม่ได้ที่จะโค้งคิ้วขึ้นด้วยความสงสัย ค่อยถามออกไปว่า “แล้วศิษย์ส่วนตัวของจ้าวแท่นบูชามังกรครามที่เป็นศิษย์ที่แท้จริงคนนั้น…พลังฝีมือของมันเป็นเช่นไรบ้าง?”
ก็อย่างที่หลิวอวิ๋นกล่าวไว้
บางทีอาจารย์ของเวินเยี่ยนอาจไม่ลดตัววลงมายุ่งเรื่องนี้
ทว่าศิษย์พี่ของเวินเยี่ยนย่อมไม่คิดปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านไปง่ายๆแน่
ดังนั้นพอได้ฟังว่าเวินเยี่ยนมีศิษย์พี่อยู่ด้วย ใจต้วนหลิงเทียนก็บังเกิดความหวั่นไหวไม่น้อย ยังอยากรู้นักว่าศิษย์พี่ของนางมีพลังฝีมือระดับไหน
หากอีกฝ่ายแข็งแกร่งกว่าเขา เช่นนั้นวันหน้าเขาก็ต้องคอยระวังตัวให้มากขึ้น
เขาก็ไม่ใช่ว่าจะชมชอบถูกผู้อื่นทุบตีรังแกสักเท่าไหร่
ถึงแม้ว่าต่อให้อีกฝ่ายทุบตีเขาวันนี้ แล้วเขาจะสามารถล้างแค้นอีกฝ่ายได้ในวันหน้าก็ตาม
“ศิษย์พี่คนโตของเวินเยี่ยนมันเป็นอันดับที่ 2 ในทำเนียบยอดฝีมือศิษย์ที่แท้จริง…พลังฝึกปรือของมันบรรลุถึงเซียนสวรรค์ 3 เปลี่ยนเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา! ตอนนี้พลังฝีมือของมันสมควรร้ายกาจนัก!!”
กล่าวถึงตรงนี้สีหน้าหลิวอวิ๋นก็ทวีความเคร่งเครียดทั้งหวาดกลัวไม่น้อย ราวกับศิษย์พี่ใหญ่ของเวินเยี่ยนเป็นโรคระบาดก็ไม่ปาน
“อันดับที่ 2 ในทำเนียบยอดฝีมือศิษย์ที่แท้จริง ทั้งยังเป็นเซียนสวรรค์ 3 เปลี่ยน?”