เมื่อหลิวอวิ๋นเห็นสีหน้าจริงจังคร่ำเครียดของต้วนหลิงเทียน มันก็รู้ได้ทันทีว่าต้วนหลิงเทียนกำลังกังวลเรื่องศิษย์พี่ของเวินเยี่ยน มันรีบกล่าวออกมาทันที “ศิษย์น้องหลิงเทียนอย่าได้กังวลไป ตราบใดที่เจ้าปิดด่านบ่มเพาะอยู่ที่บ้าน มันก็ไม่มีวันทำอะไรเจ้าได้…เพราะมันไม่มีทางกล้าบุกรุกเข้าไปในบ้านของเจ้า!”
“นอกจากนั้นข้าจะคอยเป็นหูเป็นตายให้เจ้า ไปจับตาดูความเคลื่อนไหวของศิษย์พี่เวินเยี่ยนนั่นให้! หากมันปิดด่านบ่มเพาะอยู่ เจ้าก็สามารถไปไหนมาไหนได้…แต่ถ้าข้าพบว่ามันไม่ได้ปิดด่านบ่มเพาะอยู่ เจ้าก็อย่าได้ไปไหน เร่งบ่มเพาะพลังอยู่ในบ้านเสีย! ตราบใดที่พลังฝีมือเจ้าเหนือกว่ามันเมื่อไหร่ค่อยออกมา ถึงตอนนั้นมันก็ทำอะไรเจ้าไม่ได้แล้ว…เอาล่ะ ข้าไปดูมันให้เลยว่าตอนนี้มันปิดด่านอยู่หรือไม่!”
หลิวอวิ๋นกล่าวจบคำก็เร่งเหินร่างจากไปทันที โดยไม่รอให้ต้วนหลิงเทียนตอบคำอะไร
เมื่อเห็นหลิวอวิ๋นทำอย่างนี้ ต้วนหลิงเทียนก็รู้สึกซาบซึ้งใจไม่น้อย
ขณะเดียวกันเขาก็เร่งกลับเข้าไปในม่านพลังของค่ายกลประจำเกาะอีกครั้ง
เพราะตราบใดที่เขาอยู่ในม่านพลังของค่ายกล ต่อให้อาวุโสเพลิงทองบุกมาเองก็ไม่มีทางทำอะไรเขาได้
“ความรู้สึกแบบนี้ ช่างขัดใจข้าจริงๆ…”
ต้วนหลิงเทียนถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ขณะกล่าวบ่น
ตอนนี้หากศิษย์พี่ของเวินเยี่ยนมันโผล่มาจริง เขาก็ทำได้แค่หลบอยู่ในที่พักเท่านั้น