และทันใดนั้นต้วนหลิงเทียนก็สัมผัสได้ว่าอาวุโสเนี่ยสุ้ยกำลังมองสำรวจเขากับหยางเหวินด้วยสายตาสงบ แม้อีกฝ่ายจะทำแค่มองเท่านั้น ทว่าต้วนหลิงเทียนกลับสัมผัสได้ถึงแรงกดดันอันน่ากลัวขุมหนึ่งที่คล้ายจะสอดส่องไปถึงจิตวิญญาณ!
“พวกเจ้าทั้งคู่มาวิหารประลองเป็นตายแห่งนี้ เพื่อลงนามในสัญญาประลองเป็นตายและสู้กันจนกว่าจะตายกันไปข้างบนสังเวียนใช่หรือไม่?”
ในที่สุดชายชราก็กล่าวถามออกมา
ในฐานะผู้คุมวิหารเป็นตาย แม้จะรู้ดีอยู่แล้วว่าศิษย์ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์คงไม่พากันมาหามันหากไม่คิดสู้กันให้ตายกันไปข้าง แต่มันก็ต้องถามออกมาตามหน้าที่
หลังเนี่ยสุ้ยกล่าวคำถามนี้ออกมา หยางเหวินกลับไม่ตอบคำชายชราแต่อย่างใด มันเลือกจะหันไปมองต้วนหลิงเทียนแทน เพื่อดูว่าต้วนหลิงเทียนจะตอบว่าอะไร
หากต้วนหลิงเทียนเลือกที่จะกล่าวตอบว่า ‘ใช่’ ออกไป และดันกลับกลอกวาจาล้มเลิกการประลองในภายหลัง ถึงแม้อาวุโสเนี่ยสุ้ยจะไม่บีบบังคับให้ทำการลงนามในสัญญาประลองเป็นตายสืบต่อ แต่ทว่าเรื่องที่ต้องสั่งสอนบทเรียนให้ต้วนหลิงเทียนย่อมมีแน่!
เพราะสถานที่แห่งนี้คือวิหารเป็นตาย! หาใช่ที่ๆศิษย์คนไหนจะมาล้อเล่นได้ไม่! การกลืนน้ำลายกลับกลอกวาจาทีนี่ย่อมไม่ต่างอะไรกับไม่ให้เกียรติสถานที่ กระทั่งยังเป็นการดูหมิ่นอาวุโสเนี่ยสุ้ยคนนี้ ย่อมไม่ผิดที่อาวุโสเนี่ยสุ้ยจะทำการสั่งสอนบทเรียนให้หลาบจำ!!