เหตุผลที่ไฉนสีหน้าติงจงยิ้มแย้มระรื่นนักตอนแรกทำไมเขาจะไม่รู้? ไม่พ้นอีกฝ่ายคิดว่าเขาเป็นชนชั้นอัจฉริยะมากพรสวรรค์มีอนาคตไกลที่จ้าวแท่นบูชาแนะนำมาแน่นอน มันจึงคิดสานไมตรีด้วย!
ทว่าตอนนี้หลังได้ยินชื่อของเขา สีหน้าของมันก็เปลี่ยนไปทันที
ไหนเลยเขาจะไม่รู้ได้
ว่าในสายตาของติงจง ตัวเขาไม่ได้มีค่ามีราคาอะไรให้มันสนใจอีกต่อไป!
สำหรับเหตุผลนั้น ต้วนหลิงเทียนก็พอเดาได้ 2ประการ
ประการแรกก็คงเหมือนๆกับคนส่วนใหญ่ในลัทธิบูชาไฟ ที่รู้แค่ว่าพรสวรรค์รากวิญญาณของเขาเป็นสีเหลือง จึงยากที่จะบรรลุถึงขอบเขตพลังใดๆได้…
ประการที่ 2 ติงจงคิดว่าเขาคงไม่อาจงัดข้อกับหลี่อันได้ไหว และต้องตายเพราะฝีมือหลี่อันเข้าสักวัน
ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร แต่ตอนนี้เขาก็รู้ได้ชัดอย่างหนึ่ง
ในสายตาของติงจง เขาไม่ได้มีคุณค่ามีราคาอะไรอีกต่อไป
ด้วยเหตุนี้ทัศนคติของติงจงที่มีต่อเขาจึงได้เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ
‘ช่างตื้นเขินนัก…’
ต้วนหลิงเทียนได้ใช้ชีวิตมาไม่น้อย ชนชั้นผู้ดีจอมปลอมเข้าหาแต่ผู้ที่มีผลประโยชน์ก็พบเห็นมามากไหนเลยจะยังสนใจอะไรอีก แต่อย่างไรเขาก็อดไม่ได้ที่จะทอดถอนในใจอยู่บ้าง
แต่แน่นอนว่าเขาไม่ได้ติดใจอะไร
ไม่สำคัญหรอกว่าติงจงจะดูดีเขาหรือไม่ ขอเพียงมันลงทะเบียนให้เขาจบๆไปก็พอ