ต้วนหลิงเทียนไม่ได้ปฏิเสธ “แค่จัตุรัสกลางกลับมีศิษย์มารวบตวกันนับพันแล้ว…นั่นหมายความว่าศิษย์ฝ่ายในสมควรมีอย่างต่ำๆ 3 ถึง 5 พันคนใช่หรือไม่?”
กล่าวจบ ต้วนหลิงเทียนก็มองอาวุโสลาดตระเวนเพื่อยืนยันข้อสันนิษฐาน
“ไม่ขนาดนั้น…ศิษย์ฝ่ายในมีไม่ถึง 3,000 คนหรอก”
ได้ยินคำของต้วนหลิงเทียน อาวุโสลาดตระเวนพลันส่ายหัวไปมา “อย่างที่ข้าบอกไปเมื่อครู่ เหล่าศิษย์ที่บ่มเพาะพลังถึงจุดรอคอยมักมารวมตัวกันในจัตุรัสกลางแห่งนี้”
“จุดประสงค์ของพวกมันก็เรียบง่ายนัก…เพื่อติดต่อกับศิษย์คนอื่นๆในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ หวังจักได้รับแรงบันดาลใจหรือรู้แจ้งอะไร จะได้มีโอกาสก้าวหน้าต่อไป”
“แรงบันดาลใจทั้งการรู้แจ้งที่ว่าก็ไม่ได้มีแค่พลังฝึกปรือเท่านั้น ยังรวมถึงวรยุทธ์เซียน กลเต๋า กระทั่งเวทย์พลังอีกด้วย”
“เจ้าต้องรู้ด้วยว่าศิษย์ฝ่ายในของดินแดนศักดิ์สิทธิ์เรานั้น กว่า 99 ส่วนล้วนยังไม่ทะลวงถึงขอบเขตเซียนสวรรค์…ส่วนใหญ่ยังติดอยู่ในขอบเขตเซียนนภาทั้งสิ้น!”
“บางคนกระทั่งติดอยู่ในขอบเขตเซียนนภาขั้นสูงสุดมาแล้วกว่าร้อยปีกระทั่งพันปีก็ยังมี! แต่เหล่านั้นก็มิมีโอกาสทะลวงถึงขอบเขตเซียนสวรรค์! และการที่พวกมันมิอาจทะลวงถึงขอบเขตเซียนสวรรค์ได้ หมายความว่าพวกมันก็ไม่อาจกลายเป็นศิษย์ที่แท้จริงหรืออาวุโสระดับเพลิงทองแดงได้”
อาวุโสลาดตระเวนค่อยๆกล่าวอธิบาอย่างมีน้ำอดน้ำทน
ต้วนหลิงเทียนก็พยักหน้ารับทราบ