มันยังสงสัยอยู่ด้วยซ้ำ ว่าสมควรเป็นเพราะหลี่อันล่วงรู้ถึงเรื่องนี้แน่แท้ เลยเลือกที่จะมาข่มขู่มันแบบนี้
แน่นอนว่าเมื่อเผชิญหน้ากับคำขู่นี้ของหลี่อัน ใจมันก็คิดจะแจ้นไปหาอาวุโสคุมกฏเพื่อร้องขอความเป็นธรรม
อย่างไรก็ตามแม้มันจะรู้ดีว่าต่อให้ได้รับความยุติธรรมที่ว่าแล้ว หลี่อันแน่นอนว่าไม่พ้นต้องโดนลงโทษ! ทว่าสมควรเป็นการลงโทษแค่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น เพราะอย่างไรอีกฝ่ายก็แค่ขู่และไม่ได้ลงมือฆ่าใคร…
อีกทั้งเกรงว่าในสายตาของลัทธิบูชาไฟชีวิตของครอบครัวสกุลหงมันคงไม่นับเป็นอะไร กับศิษย์ที่ยังไม่แม้แต่จะเป็นศิษย์ฝ่ายในเช่นมัน ไหนเลยครอบครัวมันจะอยู่ในสายตาของลัทธิบูชาไฟได้
ต่อให้หลี่อันจะทำลายสกุลหงของมันทิ้งจริง ลัทธิบูชาไฟก็คงไม่แยแส…
เพราะในสายตาคนเบื้องบนของลัทธิบูชาไฟ นี่ก็คือเรื่องส่วนตัวระหว่างมันกับหลี่อัน หาได้เกี่ยวข้องอะไรกับลัทธิบูชาไฟไม่!
ด้วยเหตุนี้หงชวีจึงไม่คิดจะไปร้องขอความช่วยเหลืออะไรจากอาวุโสคุมกฏอย่างกัวฉง และเลือกที่จะประนีประนอมกับหลี่อันแทน
“ข้าย่อมคิดถึงเรื่องที่เจ้ากล่าวเอาไว้แล้ว…เจ้ามั่นใจได้ ตราบใดที่เจ้าเลือกจะต่อสู้โดยการอ้างว่าท้าประลองชิงตำหนักเอกอุล่ะก็ ต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่าอาวุโสในเหมืองลำดับ 1 จะรู้ถึงเหตุเปลี่ยนแปลงและมาแก้สถานการณ์ ย่อมหมายความว่าเจ้าสมควรมีเวลาฆ่ามันเหลือเฟือก่อนที่อาวุโสคนใดจะสอดมือ”