เรียกว่าความเร็วในการบ่มเพาะดังกล่าว ต่อให้เป็นอัจฉริยะผู้ถือครองพรสวรรค์รากวิญญาณสีน้ำครามก็ไม่อาจเทียบได้!
‘บ่มเพาะพลังต่อ…ข้าต้องทะลวงให้ถึงเซียนมนุษย์ขั้นสูงสุดให้ได้ในครั้งเดียว!’
เมื่อคิดถึงจุดนี้ต้วนหลิงเทียนก็ไม่คิดออกไปไหนหรือทำอะไร เพียงสงบจิตใจหลับตาลง พลังทั่วร่างโคจรตามเคล็ด 9 มังกรจักรพรรดิสงครามเคล็ดที่10 เคล็ด 9 มังกรอีกครั้ง
ทั่วร่างของเขาปรากฏมังกรเทพยาดา 9 ตัวพุ่งแล่นไปมาปานสายฟ้า ชักนำพลังวิญญาณฟ้าดินที่ถูกดูดซับเข้าร่างให้โคจรตามวิถีแปรเปลี่ยนเป็นพลังเซียนสุริยันไม่หยุดยั้งราวกับไม่รู้เหน็ดเหนื่อย
…
และเมื่อต้วนหลิงเทียนลืมตาขึ้นอีกครั้ง วันเวลาก็ได้ผ่านพ้นไปแล้วหนึ่งปีกับอีก 3 เดือน
แน่นอนว่านั่นคือกาลเวลาภายในชั้น 4 ของเจดีย์หลิงหลง 7 สมบัติ
เวลาในโลกภายนอกนั้น ยังพึ่งผ่านพ้นไปเดือนครึ่งเท่านั้น
“หรือเป็นเพราะข้ารีบร้อนทะลวงด่านพลังมากเกินไปทำให้ฐานพลังไม่มั่นคงกันนะ…ถึงทำให้กว่าข้าจะทะลวงมาถึงเซียนมนุษย์ขั้นสูงสุดได้ มันต้องใช้เวลานานขนาดนี้…”
เมื่อสัมผัสได้ถึงพลังเซียนสุริยันททรงอำนาจสุดไพศาลในร่าง ต้วนหลิงเทียนพลันกล่าวพึมพำออกมาด้วยน้ำเสียงในลำคอ
ยังนับว่าโชคดีนักที่ผู้อื่นไม่ได้ยินคำบ่นงึมงำของเขา
หาไม่แล้วผู้อื่นคงอดไม่ได้ที่จะทุบตีเขาให้ตาย!